Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
กฎกระทรวง

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567

8 ข้อ · ประกาศ 22 พ.ย. 2567 · แก้ไขล่าสุดโดย กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นไป
ข้อ 2 นายจ้างต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย โดยจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) อัตราเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง
(๒) การจัดเก็บเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง
(๓) การตรวจสอบเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง
(๔) การคำนวณดอกผลจากเงินสะสมและเงินสมทบที่ลูกจ้างจะได้รับ
(๕) การจ่ายเงินเมื่อลูกจ้างออกจากงานหรือตาย รวมถึงระยะเวลาการจ่ายเงินดังกล่าว และการกำหนดบุคคลผู้จะพึงได้รับเงินสงเคราะห์โดยพินัยกรรมหรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่นายจ้างกรณีลูกจ้างตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ทั้งนี้ ต้องไม่ตัดสิทธิของลูกจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร
ข้อ 3 ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง ให้ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม โดยให้นายจ้างหักจากค่าจ้างและให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ ตามอัตราที่กำหนดตามข้อ ๒ (๑) ทั้งนี้ การจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนด
ข้อ 4 นายจ้างมีหน้าที่นำเงินสะสมและเงินสมทบฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น โดยจัดให้มีบัญชีเงินฝากเป็นชื่อของลูกจ้างแต่ละคน และมีเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้ต่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีนายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก ลูกจ้างเกษียณอายุ หรือตกลงเลิกสัญญา ให้นำหนังสือยืนยันการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างที่นายจ้างออกให้แก่ลูกจ้างแสดงต่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นสำหรับถอนเงินสงเคราะห์
(๒) กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้บุคคลผู้จะพึงได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อ ๘ นำเอกสารสำเนาใบมรณบัตรหรือหลักฐานที่ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญแสดงต่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นสำหรับถอนเงินสงเคราะห์
ข้อ 5 นายจ้างต้องแจ้งชื่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น ชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีให้ลูกจ้างทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีการหักเงินสะสมครั้งแรก
ข้อ 6 ลูกจ้างมีสิทธิตรวจสอบบัญชีและเอกสารเกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบของลูกจ้าง และให้นายจ้างมีหน้าที่จัดทำระบบสำหรับการตรวจสอบเงินสะสมและเงินสมทบของลูกจ้าง หรือแสดงรายการตรวจสอบบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวกับเงินสะสมและเงินสมทบให้ลูกจ้างทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ลูกจ้างยื่นคำขอ
ข้อ 7 กรณีสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีนายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก ลูกจ้างเกษียณอายุ หรือตกลงเลิกสัญญา ให้นายจ้างคืนบัญชีเงินฝากที่ใช้สำหรับเก็บเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าว พร้อมทั้งออกหนังสือยืนยันการสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างให้แก่ลูกจ้าง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สิ้นสภาพการจ้างเพื่อให้ลูกจ้างนำไปถอนเงินสงเคราะห์จากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น
ข้อ 8 กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้เงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าวตกแก่บุคคลผู้จะพึงได้รับเงินสงเคราะห์โดยพินัยกรรมหรือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่นายจ้าง หากลูกจ้างมิได้กำหนดบุคคลดังกล่าว หรือได้กำหนดไว้แต่บุคคลนั้นตายก่อน ให้เงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลของเงินดังกล่าวตกแก่ทายาทของลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ ให้นายจ้างอำนวยความสะดวกแก่บุคคลดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้บุคคลนั้นสามารถดำเนินการถอนเงินสงเคราะห์จากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติให้ลูกจ้างสำหรับกิจการที่นายจ้างได้จัดให้มีการสงเคราะห์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ได้รับยกเว้นไม่ต้องเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อประโยชน์แก่ลูกจ้างในกรณีที่ลูกจ้างออกจากงานหรือตาย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้