กฎกระทรวง
กฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ตำบลวัดเกต ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง ตำบลยางเนิ้ง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2565
14 ข้อ · ประกาศ 10 มี.ค. 2565
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ วรรคสอง มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2
ให้พื้นที่ตำบลวัดเกต ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง ตำบลยางเนิ้ง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
ข้อ 3
ให้จำแนกพื้นที่ตามข้อ ๒ เป็น ๓ บริเวณ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) บริเวณที่ ๑ ได้แก่ พื้นที่ในบริเวณที่วัดจากแนวเส้นศูนย์กลางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖ (ถนนสายเชียงใหม่ - ลำพูน) ออกไปทั้งสองด้าน ด้านละ ๑๐ เมตร
(๒) บริเวณที่ ๒ ได้แก่ พื้นที่ในบริเวณที่วัดจากแนวเส้นศูนย์กลางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖ (ถนนสายเชียงใหม่ - ลำพูน) ออกไปทั้งสองด้าน ด้านละ ๔๐ เมตร แต่ไม่รวมพื้นที่ในบริเวณที่ ๑ และบริเวณที่ ๓ (๓) บริเวณที่ ๓ ได้แก่ พื้นที่ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดเมืองกาย ตำบลวัดเกต และบริเวณบ้านป่ายาง หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
(๑) บริเวณที่ ๑ ได้แก่ พื้นที่ในบริเวณที่วัดจากแนวเส้นศูนย์กลางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖ (ถนนสายเชียงใหม่ - ลำพูน) ออกไปทั้งสองด้าน ด้านละ ๑๐ เมตร
(๒) บริเวณที่ ๒ ได้แก่ พื้นที่ในบริเวณที่วัดจากแนวเส้นศูนย์กลางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖ (ถนนสายเชียงใหม่ - ลำพูน) ออกไปทั้งสองด้าน ด้านละ ๔๐ เมตร แต่ไม่รวมพื้นที่ในบริเวณที่ ๑ และบริเวณที่ ๓ (๓) บริเวณที่ ๓ ได้แก่ พื้นที่ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดเมืองกาย ตำบลวัดเกต และบริเวณบ้านป่ายาง หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ข้อ 4
ในพื้นที่บริเวณที่ ๑ และบริเวณที่ ๓ ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) การฟัน ตัด โค่น รวมถึงการตัดแต่งกิ่งต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลหรือบำรุงรักษาต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่บุคคลและทรัพย์สิน
(๒) การกระทำอันตรายด้วยประการใด ๆ ต่อระบบราก หรือลำต้นของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาพื้นผิวจราจรเดิม
(๓) การเทหรือปูพื้นที่ด้วยซีเมนต์ ยางมะตอย หรือวัสดุอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อระบบรากของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาพื้นผิวจราจรเดิม
(๔) การติดตั้งป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือบดบังต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
(๕) การกระทำใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความร้อน ความสั่นสะเทือน สารเคมี หรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็กเสื่อมสภาพหรือเป็นอันตราย
(๖) การใช้เป็นสถานที่ทิ้งขยะมูลฝอย ซากอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการกำจัดขยะมูลฝอย โดยวิธีฝังกลบ เผา หรือวิธีอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
(๗) การเทหรือทิ้งของเหลวหรือสิ่งอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบรากของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
(๑) การฟัน ตัด โค่น รวมถึงการตัดแต่งกิ่งต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลหรือบำรุงรักษาต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่บุคคลและทรัพย์สิน
(๒) การกระทำอันตรายด้วยประการใด ๆ ต่อระบบราก หรือลำต้นของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาพื้นผิวจราจรเดิม
(๓) การเทหรือปูพื้นที่ด้วยซีเมนต์ ยางมะตอย หรือวัสดุอื่นใดที่เป็นอันตรายต่อระบบรากของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาพื้นผิวจราจรเดิม
(๔) การติดตั้งป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือบดบังต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
(๕) การกระทำใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความร้อน ความสั่นสะเทือน สารเคมี หรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็กเสื่อมสภาพหรือเป็นอันตราย
(๖) การใช้เป็นสถานที่ทิ้งขยะมูลฝอย ซากอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการกำจัดขยะมูลฝอย โดยวิธีฝังกลบ เผา หรือวิธีอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
(๗) การเทหรือทิ้งของเหลวหรือสิ่งอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบรากของต้นยางนาหรือต้นขี้เหล็ก
ข้อ 5
ในพื้นที่บริเวณที่ ๑ ห้ามก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ในพื้นที่บริเวณที่ ๒ และบริเวณที่ ๓ การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ต้องมีความสูงไม่เกิน ๑๒ เมตร และการให้สีภายนอกอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเป็นสีที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ หรือสภาพแวดล้อมเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น การวัดความสูงของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
ข้อ 6
ในพื้นที่บริเวณที่ ๒ ห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารให้เป็นอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๒) อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(๓) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๔) ห้องแถวหรือตึกแถวที่มีความยาวด้านหน้าอาคารรวมเกินกว่า ๓๖ เมตร
(๕) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๖) โรงฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
(๗) สถานที่บรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๘) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๙) สถานที่หรืออาคารเก็บสินค้า สถานีรับส่งสินค้า หรือการประกอบกิจการรับส่งสินค้า แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ สถานที่นั้น
(๑) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๒) อาคารขนาดใหญ่หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(๓) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๔) ห้องแถวหรือตึกแถวที่มีความยาวด้านหน้าอาคารรวมเกินกว่า ๓๖ เมตร
(๕) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๖) โรงฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
(๗) สถานที่บรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๘) คลังวัตถุอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย
(๙) สถานที่หรืออาคารเก็บสินค้า สถานีรับส่งสินค้า หรือการประกอบกิจการรับส่งสินค้า แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ สถานที่นั้น
ข้อ 7
ในพื้นที่บริเวณที่ ๒ การก่อสร้างอาคาร ห้องแถว หรือตึกแถวที่มีความยาวด้านหน้าอาคารรวมไม่เกิน ๓๖ เมตร หรือการก่อสร้างหรือดัดแปลงเพื่อทดแทนอาคาร ห้องแถว หรือตึกแถวเดิมที่มีสภาพชำรุด ให้ดำเนินการก่อสร้างหรือดัดแปลงโดยให้มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมท้องถิ่น และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือข้อบัญญัติท้องถิ่น
ข้อ 8
ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนทำหน้าที่ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ ประสาน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมภายในเขตจังหวัดของตนให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ รวมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ 9
เพื่อประโยชน์ในการสงวน รักษา อนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู บูรณะ จัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามข้อ ๓ ให้จังหวัดจัดทำแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตามข้อ ๓ และให้นำแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตามข้อ ๓ และปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามผลของการรับฟังความคิดเห็นก่อนนำไปบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการต่อไป ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 10
ในพื้นที่ตามข้อ ๓ หากมีกฎหมายใดกำหนดมาตรการที่มีผลเป็นการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไว้ดีกว่ามาตรการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในกฎหมายนั้น
ข้อ 11
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาคาร หรือการประกอบกิจการใด ๆ ในพื้นที่ตามข้อ ๓ ปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ด้วย
ข้อ 12
การกระทำ กิจกรรม หรือกิจการใดที่ต้องห้ามตามกฎกระทรวงนี้ ถ้าได้รับอนุญาตอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตหรือจนกว่าจะมีคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาต ในการนี้ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายหรือกฎกระทรวงนี้กำหนดไว้ด้วย ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งประสงค์จะขออนุญาตดำเนินการนั้นต่อไปภายหลังสิ้นระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุหรือคำขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้อนุญาตตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม
ข้อ 13
อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ ๓ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าว ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้
ข้อ 14
อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้คงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามที่ได้รับอนุญาตหรือที่ได้รับแจ้งไว้ แต่การขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งหรือการดำเนินการอื่นใดในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๖ ตั้งแต่สะพานลำเหมืองพญาคำ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ถึงสุดเขตตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และบริเวณวัดเมืองกายและบริเวณบ้านป่ายาง หมู่ที่ ๓
ในพื้นที่ตำบลวัดเกตและตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีระบบนิเวศของต้นยางนาและต้นขี้เหล็กที่อาจถูกทำลายหรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ได้โดยง่าย และเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติอันควรแก่การอนุรักษ์
สมควรกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติไว้มิให้เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้