กฎกระทรวง
กฎกระทรวงศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี พ.ศ. 2564
14 ข้อ · ประกาศ 15 ต.ค. 2564
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสีตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสีที่ออกตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง
ข้อ 2
ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้ และมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดานต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้มีความปลอดภัยทางรังสีและสามารถรองรับเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด ประตูของห้องที่มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสีต้องมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถเปิดปิดได้ทั้งจากด้านในและด้านนอกห้อง และมีระบบหยุดการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสีโดยอัตโนมัติหรือป้องกันการทำงานเมื่อประตูของห้องปิดไม่สนิท
(๒) บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไปต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์
(๑) ผนังห้องทุกด้านรวมพื้นและเพดานต้องสามารถป้องกันระดับรังสีให้มีความปลอดภัยทางรังสีและสามารถรองรับเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมด ประตูของห้องที่มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสีต้องมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถเปิดปิดได้ทั้งจากด้านในและด้านนอกห้อง และมีระบบหยุดการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสีโดยอัตโนมัติหรือป้องกันการทำงานเมื่อประตูของห้องปิดไม่สนิท
(๒) บริเวณปฏิบัติงานทางรังสีต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๔๐๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์ และบริเวณที่มีผลกระทบถึงประชาชนทั่วไปต้องมีปริมาณรังสีไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตต่อสัปดาห์
ข้อ 3
ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการแพทย์หรือการศึกษาวิจัย ต้องมีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัย และต้องไม่อยู่ในบริเวณภายในระยะห้าร้อยเมตรจากเขตพระราชฐาน โดยวัดจากผนังสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการกับเขตพระราชฐาน กรณีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ใกล้เขตบ้านจัดสรรหรือที่ดินจัดสรรเพื่อการพักอาศัย ตึกแถวหรือบ้านแถวเพื่อการพักอาศัยหรืออาคารชุดพักอาศัย ศูนย์การค้า โรงเรียนหรือสถานศึกษา วัดหรือศาสนสถาน สถานพยาบาล โบราณสถาน สถานที่ทำการงานของหน่วยงานของรัฐ หรือเขตอนุรักษ์และเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแสดงให้เห็นได้ว่ามีมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยทางรังสีที่ออกตามมาตรา ๘ (๑๘) และมาตรา ๙๑
ข้อ 4
ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีในพื้นที่หรือเครื่องสำรวจรังสี
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี
(๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน
(๕) อุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพรังสี เฉพาะกรณีการทำเครื่องกำเนิดรังสีในทางการแพทย์
(๑) เครื่องเฝ้าระวังปริมาณรังสีในพื้นที่หรือเครื่องสำรวจรังสี
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี
(๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน
(๕) อุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพรังสี เฉพาะกรณีการทำเครื่องกำเนิดรังสีในทางการแพทย์
ข้อ 5
ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องสำรวจรังสี
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี
(๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน
(๑) เครื่องสำรวจรังสี
(๒) อุปกรณ์วัดปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสี
(๓) สัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๔) ไฟหรือสัญญาณเสียงแสดงสถานะการใช้งานรังสีที่ชัดเจน
ข้อ 6
ผู้ขอรับใบอนุญาตทำเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหัวข้อ ดังต่อไปนี้
(๑) แผนผังสายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสีที่ระบุบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องและหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน
(๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงานและมีมาตรการควบคุมการเข้าออกพื้นที่อย่างชัดเจน
(๓) มาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสี รวมทั้งระเบียบและขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับรังสีน้อยที่สุด
(๔) แผนการตรวจวัดทางรังสีในบริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณพื้นที่สาธารณะโดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการที่แน่นอน
(๕) แผนปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งภาวะปกติและภาวะไม่ปกติ และรายงานการเกิดภาวะผิดปกติและเหตุฉุกเฉินทางรังสี
(๖) บัญชีทะเบียนเครื่องกำเนิดรังสีและระบุระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีที่แน่นอน
(๗) แผนการสอบเทียบเครื่องมือตรวจวัดรังสีและระบุช่วงเวลาในการดำเนินการที่แน่นอน
(๘) แผนหรือวิธีบริหารจัดการเมื่อเลิกทำหรือเลิกครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีที่ขอรับใบอนุญาต และวิธีจัดการกากกัมมันตรังสี
(๑) แผนผังสายการบังคับบัญชาด้านความปลอดภัยทางรังสีที่ระบุบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องและหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน
(๒) การจัดแบ่งพื้นที่ในการปฏิบัติงานและมีมาตรการควบคุมการเข้าออกพื้นที่อย่างชัดเจน
(๓) มาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสี รวมทั้งระเบียบและขั้นตอนวิธีปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับรังสีน้อยที่สุด
(๔) แผนการตรวจวัดทางรังสีในบริเวณปฏิบัติงานทางรังสีและบริเวณพื้นที่สาธารณะโดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการที่แน่นอน
(๕) แผนปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งภาวะปกติและภาวะไม่ปกติ และรายงานการเกิดภาวะผิดปกติและเหตุฉุกเฉินทางรังสี
(๖) บัญชีทะเบียนเครื่องกำเนิดรังสีและระบุระยะเวลาการตรวจสอบบัญชีที่แน่นอน
(๗) แผนการสอบเทียบเครื่องมือตรวจวัดรังสีและระบุช่วงเวลาในการดำเนินการที่แน่นอน
(๘) แผนหรือวิธีบริหารจัดการเมื่อเลิกทำหรือเลิกครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีที่ขอรับใบอนุญาต และวิธีจัดการกากกัมมันตรังสี
ข้อ 7
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้ โดยให้นำความในข้อ ๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ในกรณีที่เป็นการมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการแพทย์หรือการศึกษาวิจัย ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งต้องมีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยให้นำความในข้อ ๓ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 8
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ให้นำความในข้อ ๔ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 9
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่เหมาะสมกับชนิดของรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเครื่องกำเนิดรังสี ให้นำความในข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 10
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ที่ใช้เครื่องกำเนิดรังสีในทางการแพทย์ ต้องจัดให้มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี ตามลักษณะการใช้งาน ดังต่อไปนี้
(๑) เสื้อตะกั่ว (lead apron)
(๒) ฉากกำบังรังสี (protective partition)
(๓) แผ่นยางผสมตะกั่วสำหรับป้องกันต่อมไทรอยด์ (thyroid shield)
(๑) เสื้อตะกั่ว (lead apron)
(๒) ฉากกำบังรังสี (protective partition)
(๓) แผ่นยางผสมตะกั่วสำหรับป้องกันต่อมไทรอยด์ (thyroid shield)
ข้อ 11
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับและประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เว้นแต่เป็นเครื่องกำเนิดรังสีสำหรับงานรักษาความมั่นคงปลอดภัย ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๒) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒
(๑) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับสูง ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เว้นแต่เป็นเครื่องกำเนิดรังสีสำหรับงานรักษาความมั่นคงปลอดภัย ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีในระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๒) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับกลาง เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี ในกรณีการขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒
ข้อ 12
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน และจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดรังสีทุกหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบบุคคลสุดท้ายที่อยู่ในห้อง (last person out) ด้วย ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๒ เพื่อตนเอง ต้องจัดให้มีแผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน และจะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการตรวจสอบคุณภาพและการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดรังสีทุกสองปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตด้วย ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 13
ผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ เพื่อจำหน่าย ต้องจัดให้มี
(๑) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้
(๒) สัญลักษณ์ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๓) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๔) แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน โดยให้นำความในข้อ ๖ (๒) (๖) และ (๘) มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งที่มีการสาธิตหรือทดสอบการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสี ต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเหมือนกับผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อตนเอง โดยให้นำความในข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
(๑) สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้
(๒) สัญลักษณ์ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะสมแสดงให้เห็นได้ชัดเจน
(๓) เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีระดับต้น เป็นอย่างน้อย ประเภทเครื่องกำเนิดรังสี หรือประเภทวัสดุกัมมันตรังสีและเครื่องกำเนิดรังสี
(๔) แผนป้องกันอันตรายจากรังสีที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน โดยให้นำความในข้อ ๖ (๒) (๖) และ (๘) มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม ผู้ขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งที่มีการสาธิตหรือทดสอบการทำงานของเครื่องกำเนิดรังสี ต้องมีศักยภาพทางเทคนิคเหมือนกับผู้ขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองหรือใช้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อตนเอง โดยให้นำความในข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 14
ผู้ขอรับใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกเครื่องกำเนิดรังสีประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ต้องจัดให้มีสถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ประกอบกิจการที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักของเครื่องกำเนิดรังสีและส่วนประกอบทั้งหมดได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ (๘) และมาตรา ๒๙ (๑) (ข) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดศักยภาพทางเทคนิคของผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดรังสีมีศักยภาพทางเทคนิคเพียงพอในการดูแลความปลอดภัยของเครื่องกำเนิดรังสีที่ขออนุญาต
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้