กฎกระทรวง
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้เช่า เช่าซื้อ หรือโอนที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นของกรมชลประทานเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม พ.ศ. 2564
12 ข้อ · ประกาศ 27 ก.ย. 2564
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1
ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินใดที่มีที่ดินของกรมชลประทานตั้งอยู่ ให้สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดที่มีอำนาจหน้าที่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินดังกล่าวนำเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาว่า สมควรจัดที่ดินแปลงใดให้เช่าหรือเช่าซื้อเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม แล้วแต่กรณี
ข้อ 2
ในกรณีที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดเห็นสมควรจัดที่ดินแปลงใดให้เช่าหรือเช่าซื้อเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดประกาศให้ราษฎรที่ประสงค์จะเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินแปลงนั้นมายื่นคำขอต่อสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ปิดไว้ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ ทั้งนี้ ให้ระบุวันที่ปิดประกาศ ณ สถานที่ต่าง ๆ ไว้ด้วย
ข้อ 3
ผู้ยื่นคำขอเช่าหรือเช่าซื้อตามข้อ ๒ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) บรรลุนิติภาวะ
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๕) ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีเพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพ
(๖) มีความประพฤติดีและซื่อสัตย์สุจริต
(๗) สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ด้วยตนเอง
(๘) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด
(๑) เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) บรรลุนิติภาวะ
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๕) ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีเพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพ
(๖) มีความประพฤติดีและซื่อสัตย์สุจริต
(๗) สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ด้วยตนเอง
(๘) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด
ข้อ 4
ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้ยื่นคำขอแสดงความประสงค์ที่จะขอเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินแต่ละแปลง โดยจัดเรียงลำดับการพิจารณาคัดเลือก ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอเช่าหรือเช่าซื้อเป็นผู้ซึ่งเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นอยู่ก่อนวันที่กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นลำดับแรก
(๒) หากยังมีที่ดินเหลืออยู่จากการจัดที่ดินตาม (๑) ให้คัดเลือกจากผู้ยื่นคำขอแสดงความประสงค์ที่จะขอเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินนั้นตั้งอยู่ในตำบล อำเภอ หรือจังหวัดเดียวกันตามลำดับ โดยใช้วิธีจับสลาก
(๑) ผู้ยื่นคำขอเช่าหรือเช่าซื้อเป็นผู้ซึ่งเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นอยู่ก่อนวันที่กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นลำดับแรก
(๒) หากยังมีที่ดินเหลืออยู่จากการจัดที่ดินตาม (๑) ให้คัดเลือกจากผู้ยื่นคำขอแสดงความประสงค์ที่จะขอเช่าหรือเช่าซื้อที่ดินซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตโครงการจัดรูปที่ดินนั้นตั้งอยู่ในตำบล อำเภอ หรือจังหวัดเดียวกันตามลำดับ โดยใช้วิธีจับสลาก
ข้อ 5
เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ดำเนินการคัดเลือกผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อตามจำนวนแปลงที่ดินแล้ว ให้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก โดยปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ในกรณีผู้ใดเห็นว่า ผู้ได้รับการคัดเลือกในประกาศรายชื่อเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำคัดค้านพร้อมด้วยหลักฐานต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศรายชื่อ ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้านให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือคัดค้านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดให้เป็นที่สุด
ข้อ 6
ก่อนทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อสามารถตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินที่จะเช่าหรือเช่าซื้อระหว่างกันได้ โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการแลกเปลี่ยนที่ดินที่จะเช่าหรือเช่าซื้อกันต่อไปได้
ข้อ 7
เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้กำหนดแปลงที่ดินให้ผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อ และกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อแล้ว ให้หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดดำเนินการทำสัญญากับผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อตามแบบที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกำหนด
ข้อ 8
การกำหนดอัตราค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อที่ดินในแต่ละแปลง ให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางกำหนดตามมาตรา ๑๑ (๙)
ข้อ 9
ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อรายใดไม่ไปทำสัญญาหรือไม่เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดกำหนด และไม่แจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือให้หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กำหนดให้มาทำสัญญาหรือวันที่กำหนดให้ทำประโยชน์ในที่ดิน ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการทำสัญญาหรือให้ถือว่าสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อเป็นอันสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี ในกรณีที่หัวหน้าสำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขัดข้องที่ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อรายใดแจ้งมาตามวรรคหนึ่งมีเหตุอันสมควร ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อไปทำสัญญาหรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อไม่ไปทำสัญญาหรือเข้าทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการทำสัญญาหรือให้ถือว่าสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อเป็นอันสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี
ข้อ 10
เมื่อผู้มีสิทธิเช่าซื้อได้ดำเนินการตามสัญญาเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว ให้กรมชลประทานจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้เช่าซื้อต่อไป
ข้อ 11
การเช่า เช่าซื้อ หรือโอนทรัพย์สินอื่นของกรมชลประทานที่ได้มาโดยประการใดตามมาตรา ๑๖ ให้นำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับการเช่า เช่าซื้อ หรือโอนที่ดินตามที่กำหนดในข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 12
เมื่อคณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดได้ดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้แล้ว ให้รายงานคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางเพื่อทราบ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เฉลิมชัย ศรีอ่อน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๑๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การนำที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นของกรมชลประทานที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้เช่า เช่าชื้อ
หรือโอนไปยังเกษตรกรเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้