โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหารเสียใหม่ จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗) อนุวัตน์จาตุรนต์ อาทิตย์ทิพอาภา เจ้าพระยายมราช ตราไว้ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๘ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗”
มาตรา 2
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ให้ยกเลิกพระราชกำหนดเครื่องแบบทหารบก พุทธศักราช ๒๔๗๕ กับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดเครื่องแบบทหารบก พุทธศักราช ๒๔๗๖ ฉบับที่ ๑ และฉบับที่ ๒ พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารเรือ พุทธศักราช ๒๔๗๖ พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารเรือ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารเรือ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗
มาตรา 4
เครื่องแบบทหาร หมายถึงเครื่องแต่งกายทั้งหลายที่ได้กำหนดให้ทหารแต่ง เครื่องแบบทหาร ย่อมประกอบด้วย หมวก เสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องหมายยศ เหล่า จำพวก สังกัด และอื่น ๆ กับเครื่องประกอบต่าง ๆ
มาตรา 5
ลักษณะ ชนิดและประเภทของเครื่องแบบทหารบก ทหารเรือและทหารอากาศ กับการแต่งเครื่องแบบทหารบก ทหารเรือและทหารอากาศ ว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไร และโดยเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ทหารบก ทหารเรือหรือทหารอากาศ ต้องไปปฏิบัติราชการสนามนอกราชอาณาจักร เมื่อเห็นสมควรจะมีเครื่องแบบสนามเพิ่มขึ้นสำหรับแต่งเพื่อปฏิบัติราชการสนามนอกราชอาณาจักรแล้ว ลักษณะ ชนิดและประเภทของเครื่องแบบสนามดังกล่าว ตลอดจนการแต่งว่าจะสมควรอย่างไร เมื่อไรและโดยเงื่อนไขอย่างใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา 6
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัตินี้ หรือแต่งเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้ในราชการอยู่ โดยไม่มีสิทธิจะแต่งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และถ้าการกระทำเช่นว่ามานี้ได้กระทำภายในเขตซึ่งประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดี ในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดี หรือเพื่อกระทำผิดทางอาญาก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
มาตรา 6 ทวิ
ผู้ใดแต่งกายโดยใช้เครื่องแต่งกายคล้ายเครื่องแบบทหารตามพระราชบัญญัตินี้หรือคล้ายเครื่องแบบทหารที่ทหารยังคงใช้ในราชการอยู่ อันอาจนำความดูหมิ่นเกลียดชังหรือความเสื่อมเสียมาสู่ราชการทหารก็ดี อันอาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าเป็นทหารก็ดีผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาทและถ้าการกระทำเช่นว่านี้ได้กระทำภายในเขตซึ่งได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ดีในเวลาสงครามก็ดี ในเวลาบ้านเมืองมีเหตุฉุกเฉินก็ดีหรือเพื่อกระทำความผิดทางอาญาก็ดีผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
มาตรา 7
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ รัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหารแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๘
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๕
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๔
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องแบบของทหารที่ปฏิบัติราชการสนามนอกราชอาณาจักร จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิประเทศและเหตุการณ์อยู่เสมอ ฉะนั้น
การกำหนดเครื่องแบบในกรณีดังกล่าวนี้โดยออกเป็นกฎกระทรวงแต่ละครั้งย่อมไม่อาจทันต่อเหตุการณ์และความจำเป็น สมควรให้กระทรวงกลาโหมกำหนดเครื่องแบบในกรณีดังกล่าวได้โดยไม่ต้องออกเป็นกฎกระทรวง จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบทหารเสียใหม่