พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย พ.ศ. 2562
5 มาตรา · ประกาศ 19 ก.พ. 2562
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๒”
มาตรา 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย ที่จัดตั้งขึ้นโดยความตกลงที่เกิดจากหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประกอบด้วย หนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ TCE/PU 446 (18) ลงวันที่ ๕ กันยายน ค.ศ. ๒๐๑๘ ข้อบทว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และภาคผนวกว่าด้วยการอำนวยความสะดวก เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเพิ่มเติม ที่แนบท้ายหนังสือดังกล่าว และหนังสือแจ้งยืนยันจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
มาตรา 4
เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสำนักงานให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้สำนักงานเป็นนิติบุคคลและมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้สำนักงาน สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสารทางการของสำนักงาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงาน ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ตามที่ระบุไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประกอบด้วยหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ TCE/PU 446 (18) ลงวันที่ ๕ กันยายน ค.ศ. ๒๐๑๘ รวมถึงข้อบทว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสาหรับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และภาคผนวกว่าด้วยการอำนวยความสะดวก เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเพิ่มเติม ที่แนบท้ายหนังสือดังกล่าว และหนังสือแจ้งยืนยันจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่สำนักงานตามมาตรานี้ หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการมอบหมายโดยเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ให้ปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน รวมถึงหัวหน้าสำนักงาน แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างท้องถิ่นและบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย
(๑) ให้สำนักงานเป็นนิติบุคคลและมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้สำนักงาน สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสารทางการของสำนักงาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงาน ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ตามที่ระบุไว้ในหนังสือแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งประกอบด้วยหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ TCE/PU 446 (18) ลงวันที่ ๕ กันยายน ค.ศ. ๒๐๑๘ รวมถึงข้อบทว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสาหรับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และภาคผนวกว่าด้วยการอำนวยความสะดวก เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเพิ่มเติม ที่แนบท้ายหนังสือดังกล่าว และหนังสือแจ้งยืนยันจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่สำนักงานตามมาตรานี้ หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการมอบหมายโดยเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ให้ปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน รวมถึงหัวหน้าสำนักงาน แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างท้องถิ่นและบุคคลสัญชาติไทย ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย
มาตรา 5
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เจรจาเพื่อจัดทำหนังสือแลกเปลี่ยน ซึ่งประกอบด้วย หนังสือของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ TCE/PU 446 (18) ลงวันที่ ๕ กันยายน ค.ศ. ๒๐๑๘
รวมถึงข้อบทว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และภาคผนวกว่าด้วยการอำนวยความสะดวก เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเพิ่มเติม ที่แนบท้ายหนังสือดังกล่าว และหนังสือแจ้งยืนยันจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
ตกลงเห็นพ้องให้มีการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีนกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรกำหนดให้สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำประเทศไทย เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
และให้สำนักงานและเจ้าหน้าที่สำนักงานได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานและปฏิบัติงานในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้