มาตรา 250 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ ความผิดเกี่ยวกับดวงตรา แสตมป์และตั๋ว
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
132 คดี
ใช้มีดดาบฟันผู้ตายขณะกำลังนั่งคุยอยู่ ผู้ตายไม่มีอาวุธหรือแสดงว่าจะต่อสู้ ฟันถูกที่ศีรษะ 1 ทีสมองไหล และที่ขา 1 ที กระดูกขาด ล้มลงแล้วจำเลยยังฟันซ้ำอีกรวมทั้งสิ้น 11 แผลอยู่ได้ 10 วันเศษจึงตาย การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าคนตายโดยดุร้ายตามมาตรา 250(4)
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
จำเลยมีสาเหตุอาฆาตมาก่อนแล้วจึงได้มาลอบยิง ยิงนัดแรกถูกผู้เสียหายแต่ไม่ถึงแก่ความตาย อีก 10นาทีจำเลยจึงได้ หวนกลับมายิงอีก กระสุนปืนถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยจำเลยสำคัญตัวผิด เช่นนี้ ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
การที่ใช้มีดถางหญ้าฟันเขาถึง 3 แผล แผลที่คอเป็นแผลฉกรรจ์และถึงแก่ความตายในขณะนั้น อันมีสาเหตุเพราะจำเลยเป็นชู้กับเมียผู้ตายและอยากจะอยู่ด้วยกัน การที่จำเลยขุดดินร่วมครึ่งชั่วโมงลอดตัวเข้าไปฆ่าผู้ตายซึ่งนอนอยู่ในโรงได้สมประสงค์ เช่นนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยกระทำโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตาม มาตรา 250การลดโทษประหารชีวิตตาม มาตรา 5937 นั้นต้องควบกัน มาตรา 37 เป็นหลักเกณฑ์การลดโทษว่ามากน้อยเพียงไร มาตรา 59เป็นดุลพินิจในการลดโทษให้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 37
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2498
พ.ศ. 2498
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การที่จำเลยที่ 3 พาพวกมีอาวุธกลับมาและขึ้นไปบนเรือนพร้อมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ถือปืนยาวแล้วหยิบปืนลูกซองอีกกระบอกส่งให้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3บรรจุกระสุนเล็งมาทางเจ้าพนักงานสรรพสามิต เจ้าพนักงานสรรพสามิต หลบเข้าใต้ถุนและไปห่างราว 10 วาก็มีเสียงปืนลั่นมาจากทางบ้านจำเลยที่ 1 ติด ติด กัน 2 นัดเมื่อลั่นนัดแรกเจ้าพนักงานผู้นั้นหันไปเห็นจำเลยที่ 1 ประทับปืนอยู่ พฤติการณ์ดังนี้ย่อมถือว่าจำเลยที่ 3เป็นพรรคพวกของจำเลยที่ 1 และร่วมสมคบใช้อาวุธปืนยิงเจ้าพน…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 63
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 37
จำเลยที่ 1 อาฆาตผู้เสียหาย ได้พยายามหลายครั้งที่จะทำลายชีวิตผู้เสียหายต่อเนื่องกันมา ที่สุดได้จ้างจำเลยที่ 2 ให้ไปยิงผู้เสียหาย หากไม่ถูกที่สำคัญจึงไม่ตาย ดังนี้ความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้ลงมือกระทำต้องปรับตามมาตรา 249,60 ส่วนจำเลยที่ 1 ผู้จ้างด้วยความแค้นและพยายามนั้นต้องปรับตาม มาตรา 250(3),60
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายเท่านั้นก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.250 ได้แล้ว ไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยได้กระทำโดยความพยายามด้วยความพยาบาทอย่างไร จำเลยไปคอยดักยิงผู้ตายระหว่างทางโดยมีสาเหตุกันอยู่ครั้งแรกยิงผู้ตายไม่ได้แล้วยังพยายามตามไปยิงอีกจนตาย ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นผิด ก.ม.อาญา ม.250
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์ และว่าในการปล้นจำเลยได้ใช้สาตราวุธตีและแทงผู้เสียหายคนหนึ่งโดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย จนผู้เสียหายคนนั้นตาย และตีและแทงทำร้ายผู้เสียหายอีกคนหนึ่งถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 301249250 ดังนี้แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าไม่มีการปล้น แต่เป็นเรื่องสมัครใจวิวาทซึ่งกันและกัน จำเลยบางคนแทงอีกฝ่ายหนึ่งถึงตายบ้าง บางคนแทงอีกฝ่ายหนึ่งถึงบาดเจ็บบ้างดังนี้ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยผู้ที่ทำร้ายเขาถึงตายและบาดเจ็บตามคว…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำการด้วยความพยายามโดยพยาบาทมาดหมาย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 669/2486
พ.ศ. 2486
สืบค้นที่ศาลฎีกา
พรึติการน์ที่ไม่ถือว่าเปนการป้องกันตัวพอสมควนแก่เหตุ.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 53
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ยกฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 250
ป.อ. มาตรา 301
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 270
ป.อ. มาตรา 254
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 71
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 มาตรา 52
+1
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
แม้จำเลยจะยื่นบัญชีระบุพะยานภายหลังที่ โจทก์สืบพะยานไปหมดแล้วก็ตามถ้าาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุตติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพะยานหลักฐาน ++สำคัญเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ศาลก็มีอำนาจรับฟังพะยานหลักฐานนั้นได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 250
ป.อ. มาตรา 259
ป.อ. มาตรา 57
ป.วิ.พ. มาตรา 87
ป.วิ.พ. มาตรา 88
ป.วิ.อ. มาตรา 15
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
+หมายคดี ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 249-60
ป.อ. มาตรา 301
ป.อ. มาตรา 249
ป.อ. มาตรา 250
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
++คำนวนไปให้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 301
ป.อ. มาตรา 60
ป.อ. มาตรา 250
ป.อ. มาตรา 120
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
นำหนังสือเที่ยวแจกจ่ายในที่ต่าง ๆ แล้วขอเงินและสตางค์จากประชาชนเพื่อรวบรวมเงินที่ได้รับนั้นเปเป็นค่าสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร ดังนี้ เป็นการเรี่ยรายตามความหมายใน พรบ ควบคุมการเรี่ยไร ประเด็นที่ถือว่าคู่ความรับกันแล้ว
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 84
พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2480 มาตรา 4
พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2480 มาตรา 7
พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2480 มาตรา 12
ป.อ. มาตรา 250
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อโจทก์ถอนฎีกาก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 225, 202, แต่เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนมา ศาลฎีกาศาลฎีกาก็สังอนุญาตให้ถอนฎีกาได้และจำหน่านคดี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.อ. มาตรา 202
ป.อ. มาตรา 250
ป.อ. มาตรา 60
ป.อ. มาตรา 249
ป.อ. มาตรา 256
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา