พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2553
9 มาตรา · ประกาศ 12 ก.พ. 2553 · แก้ไขล่าสุดโดย พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
(๑) สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “บัญชีดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บช.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชีมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บช.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ“บช.บ.”
(๒) สาขาวิชาการศึกษา มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.บ.”
(๓) สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.อ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ค.อ.บ.”
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิติศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิติศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “น.บ.”
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “นิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “นิเทศศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “นศ.บ.”
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.”
(๗) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “พยาบาลศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “พย.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “พย.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “พยาบาลศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “พย.บ.”
(๘) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “รป.บ.”
(๙) สาขาวิชารัฐศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “รัฐศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “รัฐศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ร.บ.”
(๑๐) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์มีปริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศป.บ.”
(๑๑) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิทยาศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วท.บ.”
(๑๒) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “วศ.บ.”
(๑๓) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “ศิลปศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.”
(๑๔) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มีปริญญาสามชั้นคือ (ก) เอก เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต”ใช้อักษรย่อ “ส.บ.” ทั้งนี้ หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
(๑) ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าหรือแพรสีดำ ผ่าอกตลอด ยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้ (ก) สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดรอบขอบมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีเงิน สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง (ข) สำรดต้นแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๓ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้าง ถัดมาเป็นแถบสีเขียว กว้าง ๑ เซนติเมตร ทาบทั้งสองข้าง ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสามแถบ ทาบห่างจากแถบสีเขียวข้างละ ๑ เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๐.๕ เซนติเมตร (ค) สำรดปลายแขน พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ที่ริมทั้งสองข้างของสำรดปลายแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร ซึ่งขนาบด้วยแถบสีทอง กว้างข้างละ ๑ เซนติเมตร
(๒) ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๑ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนสองแถบ ระยะห่างระหว่างแถบสีประจำสาขาวิชา ๑ เซนติเมตร
(๓) ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่มีสำรดต้นแขน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตอนกลางสำรดต้นแขนมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๒ เซนติเมตร จำนวนหนึ่งแถบ
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี ครุยเป็นเสื้อคลุมทำด้วยผ้าซาตินสีดำ ผ่าอกตลอดยาวเหนือข้อเท้าพอประมาณ แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวนสี่แถบ บนผ้าสักหลาดสีน้ำเงิน มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทอง กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะฉลุสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดี เว้นแต่ไม่มีสายสร้อยประดับ และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๑) สาขาวิชาการบัญชีสีเทาฟ้า
(๒) สาขาวิชาการศึกษาสีฟ้า
(๓) สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรมสีม่วงอ่อน
(๔) สาขาวิชานิติศาสตร์สีขาว
(๕) สาขาวิชานิเทศศาสตร์สีน้ำเงิน
(๖) สาขาวิชาบริหารธุรกิจสีชมพู
(๗) สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์สีส้มอ่อน
(๘) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์สีน้ำตาล
(๙) สาขาวิชารัฐศาสตร์สีดำ
(๑๐) สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์สีเงิน
(๑๑) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สีเหลือง
(๑๒) สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์สีเลือดหมู
(๑๓) สาขาวิชาศิลปศาสตร์สีแสด
(๑๔) สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์สีชมพูอมส้ม
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
บทบัญญัติประกอบ หมายเหตุ และบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้เปิดสอนสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้เปิดสอนสาขาวิชานิเทศศาสตร์และสาขาวิชาวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๕
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้เปิดสอนสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์เพิ่มขึ้น สมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๘
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมได้เปิดสอนสาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรมและสาขาวิชารัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชา รวมทั้งสีประจำสาขาวิชาสำหรับสาขาวิชาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้