มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ หลักทั่วไป
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,055 คดี
จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยและจำเลยได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 182
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ให้จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3. สำหรับจำเลยที่ 1 พิพากษายืน ที่จำเลยที่1 ฎีกาว่าไม่มีพยานโจทก์รู้เห็นรวมทั้งพฤติการณ์ไม่พอเพียงที่จะฟังได้ว่าการกระทำครบองค์ประกอบความผิด เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมาย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218ส่วนข้อที่ว่าสิบตำรวจตรีบุญถันชูจินดาไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิร้องทุกข์ เมื่อคดี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุว่าจำเลยไม่มีเจตนาเอาความเท็จมาฟ้องโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186เพราะมิได้วินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่แล้วจึงวินิจฉัยถึงเจตนาของจำเลย จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้วว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
เมื่อฎีกาเดิมศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จึงไม่มีฎีกาที่จะให้ผู้ฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมได้ แม้จะอยู่ในกำหนดระยะเวลาที่ผู้ฎีกาจะฎีกาได้ก็ตาม
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 179
ป.วิ.พ. มาตรา 198
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้องก็จะฟังเลยไปว่าจำเลยได้กระทำโดยเจตนาไม่ได้เป็นข้อกฎหมายซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาก็เป็นประโยชน์แก่จำเลย จึงถือได้ว่าเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจศาลฎีกาที่จะเรียกโจทก์มาสอบถามเพื่อตกลงยอมความกับจำเลย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 16
ป.วิ.พ. มาตรา 19
ในคดีความผิดอันยอมความได้ภายหลังที่คดีถึงที่สุดแล้วไม่มีเหตุที่ศาลจะเรียกโจทก์มารับเงินหรือสั่งให้โจทก์ตกลงตามที่จำเลยประสงค์ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 147
คดีอาญาซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวจำเลยเคยยื่นฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาแต่จำเลยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 15 วัน คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะทำความตกลงยอมความกับ โจทก์ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 147
กรณีที่จะยกบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งขึ้นวินิจฉัยคดีได้นั้น จำต้องเป็นกรณีที่ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่คดีได้เท่านั้น แต่กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์โดยถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้น มีบทกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์จะต้องอุทธรณ์ฎีกา หรือจะขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในกรณีศาลสั่งจำหน่ายคดีโดยผิดหลงที่จะยกขึ้นปรับแก่คดีได้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ศาลจึงไม่อาจยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 166 มาปรับแก่คดีของโจทก์ในฐานะท…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 166
กรณีที่จะยกบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งขึ้นวินิจฉัยคดีได้นั้น จำต้องเป็นกรณีที่ไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับแก่คดีได้เท่านั้น แต่กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์โดยถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้น มีบทกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์จะต้องอุทธรณ์ฎีกา หรือจะขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในกรณีศาลสั่งจำหน่ายคดีโดยผิดหลงที่จะยกขึ้นปรับแก่คดีได้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ศาลจึงไม่อาจยกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 166 มาปรับแก่คดีของโจทก์ในฐานะท…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 174
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 166
โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่และข้อหากรรโชกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาจับคนไปเรียกค่าไถ่ ยกฟ้องข้อหากรรโชก โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหากรรโชกจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษาลงโทษจำเลยได้อีก จำเลยกับพวกเป็นทหารมีอาวุธเข้าไปพูดขู่บังคับให้ผู้เสียหายไปกับจำเลยกับพวก แล้วบอกให้คนในบ้านนำเงิน 3,000 บาท ไปไถ่ตัวผู้เสียหายหาไม่แล้วจะไม่ได้กลับนั้น ย่อมฟังได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนากระทำผิดและมีเจตนาเพื…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 1
ป.อ. มาตรา 313
ป.อ. มาตรา 316
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาพยายามปล้นทรัพย์ จำเลยมิได้อุทธรณ์ส่วนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อีกด้วย ความผิดในข้อหาพยายามปล้นทรัพย์จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาข้อหานี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยกับพวกทุกคนต่างมีอาวุธปืนติดตัวร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์ ตำรวจพบจำเลยกับพวกกำลังกระทำความผิดจึงเข้าจับกุม พวกจำเลยยิงปืนใส่ตำรวจแล้วหลบเข้าที่กำบัง หลัง…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 3
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
ป.อ. มาตรา 138
ป.อ. มาตรา 140
ป.อ. มาตรา 289
ป.อ. มาตรา 340
+4
โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความ เพราะพนักงานสอบสวนไม่สามารถสอบสวนผู้เสียหายเป็นพยานได้ โจทก์อ้างส่งแต่คำให้การชั้นสอบสวนของพยานที่อ้างว่ารู้เห็นเหตุการณ์และจำหน้าคนร้ายได้ ซึ่งเป็นเพียงพยานบอกเล่า คำตำรวจผู้จับก็มีแต่ว่า ภริยาผู้เสียหายแจ้งให้จับจำเลยและพยานให้ดูตัว ผู้เสียหายยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายยิงผู้เสียหาย คำตำรวจผู้จับก็เป็นพยานบอกเล่า แม้จำเลยให้การรับสารภาพต่อผู้จับ คำรับสารภาพ ก็เป็นเพียงพยานบอกเล่า เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธย่อมไม่อาจร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ป.วิ.พ. มาตรา 95
คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า รับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาล เมื่อคำเบิกความของพยานโจทก์ในชั้นศาลไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าจำเลยกระทำผิด ลำพังแต่บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ ในคดีอาญา โจทก์มีภาระหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด แม้จำเลยจะไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 174
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ป.วิ.พ. มาตรา 95
คำให้การของพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า รับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานในชั้นศาล เมื่อคำเบิกความของพยานโจทก์ในชั้นศาลไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าจำเลยกระทำผิด ลำพังแต่บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้ ในคดีอาญา โจทก์มีภาระหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบพิสูจน์ให้เห็นถึงความผิดของจำเลย เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด แม้จำเลยจะไม่สืบพยานก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 174
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 226
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ป.วิ.พ. มาตรา 95
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา