Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ลักษณะ ๒ ฎีกา

คำร้องตามมาตรา ๒๔๗ ให้พิจารณาและวินิจฉัยโดยองค์คณะผู้พิพากษาที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ซึ่งประกอบด้วยรองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาอีกอย่างน้อยสามคน
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา

มาตรานี้อ้างถึง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1,454 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ฎีกาที่ว่า เรือพิพาทเป็นของผู้ร้องโดยโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลฟังจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องและจำเลย ดังนั้น ฎีกาที่ว่าที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาว่า โจทก์มิได้ฟ้องว่าผู้ร้องเป็นหนี้ร่วมกันนั้น เมื่อคดีนี้โจทก์ยึดทรัพย์พิพาทในฐานะจำเลยเป็นเจ้าของร่วมไม่มีปัญหาเรื่องหนี้ร่วมเป็นการบิดเบือนเพื่อให้เห็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
คดีอาญาซึ่งมีข้อหาส่วนแพ่งรวมอยู่ด้วย โดยมีทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่เกิน 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาที่โจทก์อ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นปัญหาที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยให้โจทก์แพ้คดีจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
คู่ความตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยประเด็นเพียงว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของมารดาจำเลย ข้อต่อสู้อื่นจำเลยขอสละ จำเลยมิได้กล่าวแก้ข้อพิพาทว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยจึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีที่มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท 801 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้น โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่า ศาลควรจะฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์นั้น ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
เจ้าพนักงานทีดินทำแผนที่วิวาทตามที่โจทก์จำเลยนำชี้ ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์จำเลยโต้เถียงการครอบครองกัน เป็นที่ดินเฉพาะส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ดินที่โจทก์ชี้ว่าเป็นของโจทก์ มีเนื้อที่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งหมดที่โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ดังนี้ ที่ดินที่พิพาทกันจึงไม่ใช่ที่ดินทั้งแปลงที่โจทก์ตีราคาไว้ 4,000 บาท แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้ให้คู่ความตีราคาส่วนที่พิพาทกันไว้ ก็พอกำหนดได้ว่าที่พิพาทมีราคาไม่เกิน 2,000 บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายอีก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
เจ้าพนักงานทีดินทำแผนที่วิวาทตามที่โจทก์จำเลยนำชี้ ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์จำเลยโต้เถียงการครอบครองกัน เป็นที่ดินเฉพาะส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ดินที่โจทก์ชี้ว่าเป็นของโจทก์ มีเนื้อที่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งหมดที่โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ดังนี้ ที่ดินที่พิพาทกันจึงไม่ใช่ที่ดินทั้งแปลงที่โจทก์ตีราคาไว้ 4,000 บาท แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้ให้คู่ความตีราคาส่วนที่พิพาทกันไว้ ก็พอกำหนดได้ว่าที่พิพาทมีราคาไม่เกิน 2,000 บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายอีก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แนวเขตที่ดินของโจทก์จำเลยคือแนวเขตทางทิศเหนือ หลุมที่จำเลยปักหลักไว้แต่หลักถูกถอนไป ไม่ใช่เขตที่ดินอันแท้จริงและจำเลยเพิ่งเถียงเขตที่ดินในเดือน 6 พ.ศ.2508 การที่จำเลยฎีกาว่า เขตที่ดินของจำเลยมีตามแนวหลักปักเขตและจำเลยครอบครองที่พิพาทมา 10ปีแล้วจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ทุนทรัพย์ที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่นั้นต้องถือตามที่ตั้งไว้ในศาลชั้นต้นฎีกาโจทก์ซึ่งโต้แย้งให้ฟังพยานหลักฐานว่า มารดายกทรัพย์พิพาทให้โจทก์ โจทก์เป็นผู้ครอบครอง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อฎีกาซึ่งโจทก์อ้างเป็นข้อกฎหมายว่า จำเลยไม่ใช่ทายาทไม่มีสิทธิรับมรดก ไม่เป็นประเด็นในคดีนี้และไม่เคยยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลล่าง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาจำเลยในปัญหาที่ว่า การให้เงินกินเปล่าสำหรับระยะเวลาเช่าระยะหนึ่งเป็นข้อความที่ผูกพันโจทก์ โจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดระยะเวลาได้หรือไม่ และปัญหาที่ว่าการที่ทนายโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนมีผู้รับ และฉบับหลังเอาจดหมายไปส่งเองแต่ไม่มีผู้รับจะถือว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วได้หรือไม่ ทั้งสองกรณีนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าข้าวโพดเป็นเงิน 2,700 บาทแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าข้าวโพดเป็นจำนวนเงิน 180 บาทแก่โจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าสุกรที่โจทก์ยิงตายให้จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 180 บาท โจทก์ฎีกาเฉพาะค่าเสียหายว่าโจทก์ควรได้ดังที่ศาลชั้นต้นกำหนด ดังนี้ เป็นแก้ไขมาก อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าข้าวโพดเป็นเงิน 2,700 บาทแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าข้าวโพดเป็นจำนวนเงิน 180 บาทแก่โจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าสุกรที่โจทก์ยิงตายให้จำเลยที่ 2 เป็นเงิน 180 บาท โจทก์ฎีกาเฉพาะค่าเสียหายว่าโจทก์ควรได้ดังที่ศาลชั้นต้นกำหนด ดังนี้ เป็นแก้ไขมาก อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ก็ไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงนั้นให้ ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกมิได้ เพราะข้อเท็จจริงนั้นมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ในกรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่า โดยเอาห้องพิพาทไปให้เช่าช่วงอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 นั้น การบอกเลิกสัญญาเช่าไม่จำต้องกำหนดให้เวลาผู้เช่าเหมือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 560 และ 566. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 544 ป.พ.พ. มาตรา 560 ป.พ.พ. มาตรา 566 ป.วิ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้