Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ลักษณะ ๒ ฎีกา

การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ แล้วให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกาดังกล่าวไปยังศาลฎีกา และให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยคำร้องให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1,728 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ความว่า คดีนี้ปรากฏตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 59/41 ซอยหลังวัดสุทธิแขวงยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของโจทก์แต่ปรากฏว่าโจทก์ได้ส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลย โดยส่งไปที่สำนักงานทนายความของทนายจำเลยแต่ทนายจำเลย ไม่ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์ เนื่องจากได้ย้ายสำนักงานทนายความ ไปอยู่ที่อื่นแล้วจนกระทั่งประมาณต้นเดือนพฤษภาคม 2535 จำเลยได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์อีกคดีหนึ่งซึ่งในสำเนาฎีกาดังกล่าว ได้กล่าวว่าโจทก์ในค… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 235 ป.วิ.พ. มาตรา 237 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า คดีนี้จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาสำเนาให้โจทก์ ให้จำเลยนำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์ ภายใน 7 วัน ส่งไม่ได้ให้แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งไม่ได้ มิฉะนั้นถือว่าจำเลยทิ้งฎีกาปรากฏว่าจำเลยไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์เจ้าพนักงานเดินหมายกรมบังคับคดีจึงรายงานส่งคืน ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลฎีกาเพื่อสั่งหมายเหตุ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลยในเครื่องหมายการค้า ให้นายทะเบียนกองสิทธิบัตรและ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกา แต่ต่อมาสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมและสั่งใหม่เป็นว่าจำเลยยื่นฎีกาพ้นกำหนดแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า กำหนดระยะเวลา 1 เดือนที่ให้ยื่นฎีกาได้นั้น ต้องคิดเป็น 30 วัน และเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2535 นี้มี 29 วัน เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2535 จึงครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 18 มีนาคม 2535 ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา เมื่อพ้นกำหนดยื่นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องตามคำสั่งของ ศาลฎีกาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องทนายจำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีตามทางไต่สวนฟังได้ว่าทนายจำเลยที่ 1 ป่วยเจ็บหนักไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทันตามกำหนด อันเป็นเหตุสุดวิสัย โปรดอนุญาตให้ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาและ รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาตามรูปคดีด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.พ. มาตรา 229 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 252
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ทุกข้อเป็นการโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาท ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ทั้งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่ง พิพากษาคดีนี้ก็มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริง ดังกล่าว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 2 และที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า จำเลยที่… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 230 ป.วิ.พ. มาตรา 234 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยสำเนาให้โจทก์ ผู้ซื้อทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีให้จำเลยนำส่งใน 7 วัน ไม่มีผู้รับให้ปิดแต่จำเลยมิได้นำเงินมาวางศาลภายในกำหนด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องโปรดมีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฎีกาเพื่อผู้ซื้อทรัพย์จะได้ดำเนินการในชั้นบังคับคดีต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้านในคำแก้อุทธรณ์แล้ว (อันดับ 77)คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ฎีกาของจำเลยหน้าแรกมีข้อความซึ่งประทับด้วยตรายางของศาลชั้นต้นว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 15 เมษายน 2535 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" โดยมีผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยให้มายื่นฎีกาและรับทราบคำสั่งศาลลงชื่อไว้เป็นการแสดงเจตนาของจำเลยยอมรับผูกพันตนเองว่าจะมาฟังคำสั่งในวันดังกล่าว ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยผู้ยื่นฎีกาจัดการนำส่งสำเนาฎีกาให้อีกฝ่ายหนึ่งภายใน 5 วัน โดยมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2535 ฉะนั้น… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 70 ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ภายใน 7 วัน ซึ่งเป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 70 วรรคท้าย จำเลยทราบคำสั่งแล้ว จำเลยหรือผู้แทนจำเลยไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ตามกำหนดเวลาดังกล่าว แม้ข้ออ้างในฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยได้เสียค่าใช้จ่ายในการนำส่งแล้วจะเป็นจริงก็ไม่ทำให้จำเลยหมดหน้าที่ที่จะต้องจัดการนำส่งตามคำสั่งของศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติจึงเป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 70 ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247
โจทก์ฟ้องบริษัทร.จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 ในคดีนี้มาตั้งแต่แรกโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคล แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องบุคคลธรรมดาเป็นจำเลยที่ 3 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเปลี่ยนชื่อบริษัทร.จำกัด จำเลยที่ 3 เป็นบริษัทร.จำกัดหรือนายว.จำเลยที่3โดยอ้างว่าคำว่าบริษัทร.จำกัด เป็นชื่อในทางการค้าหรือนามแฝงหรือฉายาของนายว. แล้วต่อมายื่นคำร้องอีกฉบับขอแก้ไขคำฟ้องโดยขอแก้ชื่อจำเลยที่ 3 จากบริษัทร.จำกัดหรือนายว.เป็นนายว.นั้น เท่าก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 27 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 179 ป.วิ.พ. มาตรา 243
โจทก์ลงชื่อจะมาทราบคำสั่งศาลในวันที่ 16 เมษายน 2534ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2534 ถือว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นำส่งสำเนาฎีกาแก่จำเลยภายใน 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน2534 แล้ว เมื่อโจทก์ไม่นำส่งตามคำสั่งศาลชั้นต้น ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2)ประกอบมาตรา 246,247 ในชั้นฎีกาโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาสำหรับจำเลยที่ 1, ที่ 2และที่ 4 คดีสำหรับจำเ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 887 ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 145 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247
วันที่ 25 มีนาคม 2535 ทนายความจำเลยผู้มีอำนาจใช้สิทธิฎีกาได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฎีกาคำร้องคำแถลงเสียค่าฤชาธรรมเนียมศาลและนำหมายฎีกา ในวันเดียวกันนั้นเองเสมียนทนายได้ลงนามรับทราบข้อความที่ว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 1 เมษายน 2535 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" ต่อมาวันที่ 27 มีนาคม 2535 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาของจำเลยให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน 5 วัน จึงต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว การที่จำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินกา… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ฟ้องเรียกราคารถซึ่งใกล้เคียงกับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระหากสูงเกินไปศาลมีอำนาจลดลงได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 383 ป.พ.พ. มาตรา 572 ป.วิ.พ. มาตรา 245 ป.วิ.พ. มาตรา 247
ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1ฟังแล้ว และได้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีกศาลหนึ่งเพื่ออ่านให้จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำท้องที่ศาลนั้นฟัง แต่จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ฟัง ศาลนั้นจึงส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาและสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาเดิมโดยทำเป็… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 143 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 39
ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1ฟังแล้ว และได้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีกศาลหนึ่งเพื่ออ่านให้จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำท้องที่ศาลนั้นฟัง แต่จำเลยที่ 2 ได้ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ฟัง ศาลนั้นจึงส่งคำพิพากษาศาลฎีกาคืนศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาและสำนวนมายังศาลฎีกาศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาเดิมโดยทำเป็… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.พ. มาตรา 143 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 39
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่จำเลยที่ 1 พิมพ์ลายนิ้วมือไว้โดยไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือใช้บังคับจำเลยที่ 1 ไม่ได้ แต่โจทก์ผู้ซื้อได้วางมัดจำเป็นเงินไว้ซึ่งถือว่าเป็นการวางประจำตามกฎหมาย โจทก์จึงฟ้องบังคับคดีแก่จำเลยที่ 1 ให้โอนขายที่ดินให้โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสิบห้าวันร่วมกันโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายโดยไม่บังคับให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินที่ค้างให้จำเลย ไม่ชอบด้วยประมวลก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.พ.พ. มาตรา 369 ป.พ.พ. มาตรา 456 ป.พ.พ. มาตรา 1382
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้