มาตรา 148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
หมวด ๒ ข้อความและผลแห่งคำพิพากษาและคำสั่ง
(๑) เมื่อเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล
(๒) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งได้กำหนดวิธีการชั่วคราวให้อยู่ภายในบังคับที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเสียได้ตามพฤติการณ์
(๓) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกคำฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่น ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
942 คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์เคยถูกจำเลยฟ้องเรียกค่าเสียหาย โจทก์ก็ได้ให้การต่อสู้และฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยบ้างในที่สุดได้ทำสัญญาประณีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมนั้นจนคดีถึงที่สุดแล้วแต่หาได้จัดการให้เป็นไปตามสัญญายอมความกันไม่ ดังนี้ โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยใหม่ ตามที่ได้เคยฟ้องแย้งไว้นั้นไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ ทำสัญญาประณีประนอมยอมความว่า จะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอนั้นหาเป็นการผิดกฎหมาย และเป็นโมฆะไม่เพราะคู่กรณีอาจไป…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 54/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์เคยถูกจำเลยฟ้องเรียกค่าเสียหาย โจทก์ก็ได้ให้การต่อสู้และฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยบ้างในที่สุดได้ทำสัญญาประณีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมนั้นจนคดีถึงที่สุดแล้วแต่หาได้จัดการให้เป็นไปตามสัญญายอมความกันไม่ ดังนี้ โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยใหม่ ตามที่ได้เคยฟ้องแย้งไว้นั้นไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ ทำสัญญาประณีประนอมยอมความว่า จะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอนั้นหาเป็นการผิดกฎหมาย และเป็นโมฆะไม่เพราะคู่กรณีอาจไป…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 138
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่านาโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่า จึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่า ให้เลิกการเช่าและให้จำเลยออกจากที่ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ได้ ส่วนคำขอข้ออื่น โจทก์ไม่ได้ขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้เป็นของโจทก์ ปัญหาว่า นารายนี้เป็นของใคร จึงไม่มีประเด็นถึง โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่ขอให้ศาลแสดงว่า ที่รายนี้เป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลย ๆคงต่อสู้เช่นคดีเดิม ดังนี้ตามมูล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่านาโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่า จึงขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่า ให้เลิกการเช่าและให้จำเลยออกจากที่ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ได้ ส่วนคำขอข้ออื่น โจทก์ไม่ได้ขอให้ศาลแสดงว่าที่รายนี้เป็นของโจทก์ ปัญหาว่า นารายนี้เป็นของใคร จึงไม่มีประเด็นถึง โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีใหม่ขอให้ศาลแสดงว่า ที่รายนี้เป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลย ๆคงต่อสู้เช่นคดีเดิม ดังนี้ตามมูล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าขายที่ดินจากจำเลย แต่ในฟ้องบรรยายเดือนที่มอบหมาย ตกลงกันให้เป็นนายหน้าผิดไป จนศาลชี้สองสถานแล้ว ก่อนวันนัดสืบพยาน 1 วัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องอ้างว่า ทนายโจทก์พิมพ์เดือนผิดไปนั้น เป็นเรื่องที่อาจอ่างคำฟ้องเห็นได้ง่ายทุกเวลาก่อนวันชี้สองสถาน ศาลย่อมไม่อนุญาตให้แก้ ฟ้องของโจทก์บรรยายข้อความผิดพลาด ซึ่งปรากฎว่าเป็นความผิดพลาดของทนาย แม้ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง เพราะฟ้องผิด ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญาตไว้ในคำพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 845
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.วิ.พ. มาตรา 180
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกค่านายหน้าขายที่ดินจากจำเลย แต่ในฟ้องบรรยายเดือนที่มอบหมาย ตกลงกันให้เป็นนายหน้าผิดไป จนศาลชี้สองสถานแล้ว ก่อนวันนัดสืบพยาน 1 วัน โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องอ้างว่า ทนายโจทก์พิมพ์เดือนผิดไปนั้น เป็นเรื่องที่อาจอ่างคำฟ้องเห็นได้ง่ายทุกเวลาก่อนวันชี้สองสถาน ศาลย่อมไม่อนุญาตให้แก้ ฟ้องของโจทก์บรรยายข้อความผิดพลาด ซึ่งปรากฎว่าเป็นความผิดพลาดของทนาย แม้ศาลจะต้องพิพากษายกฟ้อง เพราะฟ้องผิด ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญาตไว้ในคำพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 845
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.วิ.พ. มาตรา 180
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฟ้องซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลนั้น แม้ศาลจะได้ลงสารบบหมายคดีแดงแล้วก็ดีถ้าโจทก์ยื่นคำแถลงขึ้นมายอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลทุกประการและขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นยอมจัดการให้และดำเนินคดีต่อไปแล้ว ก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการลบล้างคำพิพากษาศาลฎีกาไม่จำเป็นที่จะต้องให้โจทก์ทำคำฟ้องมายื่นต่อศาลใหม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 18
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฟ้องซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลนั้น แม้ศาลจะได้ลงสารบบหมายคดีแดงแล้วก็ดีถ้าโจทก์ยื่นคำแถลงขึ้นมายอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลทุกประการและขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นยอมจัดการให้และดำเนินคดีต่อไปแล้ว ก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการลบล้างคำพิพากษาศาลฎีกาไม่จำเป็นที่จะต้องให้โจทก์ทำคำฟ้องมายื่นต่อศาลใหม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 18
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
แม้จะปรากฎว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยจึงเข้าทำนาพิพาทก็ตามเมื่อในชั้นที่สุดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์แต่เดิมมา จำเลยรับซื้อไว้จากผู้มีชื่อโดยไม่สุจริต และคดีถึงที่สุดแล้วดังนี้ก็เป็นอันว่าจำเลยไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทแต่ประการใดที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ตลอดมาฉะนั้นการที่จำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยพละการของจำเลยเองจึงเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ในนาพิพาท โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
แม้จะปรากฎว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดีจำเลยจึงเข้าทำนาพิพาทก็ตามเมื่อในชั้นที่สุดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์แต่เดิมมา จำเลยรับซื้อไว้จากผู้มีชื่อโดยไม่สุจริต และคดีถึงที่สุดแล้วดังนี้ก็เป็นอันว่าจำเลยไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทแต่ประการใดที่พิพาทคงเป็นของโจทก์ตลอดมาฉะนั้นการที่จำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยพละการของจำเลยเองจึงเป็นการทำละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ในนาพิพาท โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกับผู้อื่นฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของตนจากผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินต่อสู้ว่า ผู้มีชื่อในโฉนดคนอื่นเอาที่ดินนี้ตีใช้หนี้ตน ทางพิจารณาศาลฟังว่าไม่มีการตีใช้หนี้ แต่เห็นว่า การที่จะฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของโจทก์นั้นย่อมแบ่งให้ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ภายหลังผู้ครอบครองที่ดินเป็นโจทก์ฟ้องทายาทผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองที่ดิน ทายาทผู้เป็นจำเลยต่อสู้ว่า ผู้ครอบครองที่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.พ.พ. มาตรา 1359
ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกับผู้อื่นฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของตนจากผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินต่อสู้ว่า ผู้มีชื่อในโฉนดคนอื่นเอาที่ดินนี้ตีใช้หนี้ตน ทางพิจารณาศาลฟังว่าไม่มีการตีใช้หนี้ แต่เห็นว่า การที่จะฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของโจทก์นั้นย่อมแบ่งให้ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ภายหลังผู้ครอบครองที่ดินเป็นโจทก์ฟ้องทายาทผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองที่ดิน ทายาทผู้เป็นจำเลยต่อสู้ว่า ผู้ครอบครองที่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 144
ป.วิ.พ. มาตรา 145
ป.วิ.พ. มาตรา 148
ป.พ.พ. มาตรา 1359
คดีเรื่องก่อนจำเลยฟ้องโจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโจทก์มาฟ้องคดีใหม่อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการฟ้องตั้งประเด็นว่าที่ดินเป็นของโจทก์อันเป็นประเด็นข้อสำคัญอย่างเดียวกับคดีก่อนนั่นเอง จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
คดีเรื่องก่อนจำเลยฟ้องโจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโจทก์มาฟ้องคดีใหม่อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการฟ้องตั้งประเด็นว่าที่ดินเป็นของโจทก์อันเป็นประเด็นข้อสำคัญอย่างเดียวกับคดีก่อนนั่นเอง จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 148
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้ามาปลูกโรงเรือนในที่ดินของโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้อนุญาต ขอให้รื้อถอนและใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าได้เช่าที่ดินจากผู้มีชื่อ ซึ่งจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นผู้มีสิทธิให้เช่าดังนี้ ตามฟ้องก็ดีจำเลยต่อสู้ก็ดี ไม่เป็นมาในรูปของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยเข้าปลูกโรงเรือนในที่ดินของโจทก์ โดยไม่มีอำนาจ กรณีจึงต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 แต่มาตรา 1310นี้ มีความแ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 148
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา