เมื่อ ศาลฎีกาเห็นว่าจะ วินิจฉัยชี้ขาดเป็นสถาน++ก็ไม่ทำให้ชนะคดีได้แล้ว ศาลฎีกามีอำนาจไม่ วินิจฉัยในประเด็นที่ ฎีกาขึ้นมา
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดวันที่ 20 ตุลาคม (++) ทาง พิจารณาได้ความว่า จำเลยทำผิดวันที่ 11 ค่ำซึงไม่ตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม ศาลต้องยกฟ้อง
จำเลยพูดกับเด็กที่เก็บแหวนตกได้ว่า จะนำแหวนที่เก็บได้นั้นไปให้พ่อแม่เด็กแล้วจำเลยเบียดบังเอาเสียเองเมื่อถูกทวงจำเลยก็ว่าเป็นแหวนไม่ดีนั้น เป็นผิดฐานยักยอก ผู้เก็บของตกได้ย่อมมีสิทธิ์ดีกว่าว่าบุคคลอื่น เว้นแต่เจ้าของอันแท้จริงฉะนั้ …
นำหนังสือเที่ยวแจกจ่ายในที่ต่าง ๆ แล้วขอเงินและสตางค์จากประชาชนเพื่อรวบรวมเงินที่ได้รับนั้นเปเป็นค่าสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร ดังนี้ เป็นการเรี่ยรายตามความหมายใน พรบ ควบคุมการเรี่ยไร ประเด็นที่ถือว่าคู่ความรับกันแล้ว
ฟ้องอุทธรณ์ทุกฉะบับต้องรุบุข้อเท็จจริงโดยย่อ++ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงยื่นฟ้องอุทธรณ์โดยให้ถือเอาข้อความตามคำแถลงปิดสำนวนเป็นข้ออุทธรณ์นั้นเป็นฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่+ด้วยประมวลวิธีพิจารณาความ ม. 225,193, ฟ้องอุทธรณ์เช่นนี้ ศาลไม่รับพิ …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ส่งตัวจำเลยไปไว้โรงเรียดัดสันดานเช่นนี้จำเลยจะฎีกาไม่ได้ อ้างฎีกาที่ 581/2477 ที่ 923/2481
ในคดีอาญา ทนายมีอำนาจเซ็นลายมือชื่อเป็น โจทก์แม้ในใบแต่งทนายตัวความจะมอบอำนาจให้ฟ้องก็ตามและเมื่อปรากฏความผิดพลาดในฟ้องขึ้นแล้ว โจทก์มิได้ขอแก้ให้ถูกต้อง กลับยืนยันตลอดมาดังนี้ศาลหาควรให้โจทก์แก้ฟ้องไม่
เมื่อโจทก์ถอนฎีกาก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 225, 202, แต่เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนมา ศาลฎีกาศาลฎีกาก็สังอนุญาตให้ถอนฎีกาได้และจำหน่านคดี
พฤตติการณ์ที่ถือว่าจำเลยให้การรับสารภาพและคู่ความไม่ติดใจสืบพะยาน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปล้นทรัพย์ทางพิจารณาได้ ความว่าจำเลยทำการลักทรัพย์ ศาลลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้
กล่าวในฟ้องว่าได้ที่พิพาทมาโดยทางก่อสร้างแต่นำสืบว่าพ่อตายกให้เช่นนี้เมื่อความจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ครอบครองที่มาโดยเจตนาถือสิทธิเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสิบปีแล้วโจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ม. 1382 ไม่เรียกว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง …
เมื่อการวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก้โจทก์ในการที่จะให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาที่ ยกฟ้องแล้วศาลฎีกาไม่วินิจฉัยฎีกานี้
จำเลยพูดกับเด็กที่เก็บแหวนตกได้ว่า จะนำแหวนที่เก็บได้นั้นไปให้พ่อแม่เด็ก แล้วจำเลยเบียดบังเอาเสียเองเมื่อถูกทวงจำเลยก็ว่าเป็นแหวนไม่ดีนั้น เป็นผิดฐานยักยอก ผู้เก็บของตกได้ ย่อมมีสิทธิ์ดีกว่าบุคคลอื่น เว้นแต่เจ้าของอันแท้จริง ฉะนั้ …
หลอกลวงผู้ปกครองเอาเด็กไปเพื่อหากำไร เด็กเต็มใจไปและผู้ปกครองก็ยินยอมให้เด็กไปเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงดังนี้ เป็นผิดตามมาตรา 275 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 273 , 274 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของ จำเลยเป็นผิดตามมาตรา 2 …
โจทก์ครอบครอบที่พิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า10 ปีเมื่อจำเลยอ้างว่า+ไม่มีสิทธิก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องนำสืบให้สมตามอ้าง ยกที่ดินให้และครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยติดต่อกันเป็นเวลากว่า 10 ปี แม้มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการไ …
การมีลูกแป้งเชื้อสุรานั้นจะต้องได้ความว่ามีไว้เพื่อทำสุราจึงจะเป็นความผิด กล่าวในฟ้องแต่เพียงว่าจำเลย มีลูกแป้งเชื้อสุราซึ่งเป็นเครื่องฟอกกลั่นทำสุราโดยผิดพระราชบัญญัติเช่นนี้ไม่พอจะทำให้เข้าใจได้ว่า จำเลยมีไว้ทำสุราหรือมีไว้เจตนา …
ข้อที่ว่าการกระทำเป็นการเกินสมควรหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาฟ้องโจทก์แล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้
ศาลชั้นต้น ลงโทษ จำเลยที่ 1 - 2 ฐานลักทรัพย์จำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่ารูปคดีไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ดังนี้ ถือว่าเป็นเหตุในลักษณะคดีศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อยจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ได้
ไม่มี กฎหมายในเรื่องละเมิดให้รับผิดใช้ค่าเสียหายในการได้รับความอับอายขายหน้า ความรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเรื่องละเมิดเกี่ยวกับการทำให้เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกี่ยรติคุณนั้นมีแต่ฉะเพราะการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝื …
กล่าวบรรยายในฟ้องว่า จำเลยขับรถรางโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังเป็นเหตุให้ชนรถยนตร์เสียหาย ขอให้ลงโทษตาม พรบ ++ เช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้ จำเลยเข้าใจข้อหาซึ่งจะเป็นผิดตาม พรบ จราจรได้แล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม