องค์แห่งความผิดฐานพยายามเจาะฝาเพื่อลักทรัพย์
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ผู้รับใช้ฆ่าคนตายโดยรู้ว่าผู้ใช้มีเหตุพยาบาทต่อผู้ตาย ผู้ใช้และผู้รับใช้ต้องมีผิดตาม ม.250 ข้อ 3-64
วิธีพิจารณาแพ่งอาญาฟ้องคดีอาญาแต่มีคำขอทางแพ่งด้วย พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.3 แก้มาก ศาลเดิมยกอาญาแต่ให้ทำลายโฉนดทางแพ่ง ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องทั้งหมด ฎีกาได้
วิธีพิจารณาอาญาโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามบท 249 ศาลจะวางบท 251 ตอน 2 ไม่ได้
จำเลยกับพวกมีอาวุธพากันไปหาเจ้าทรัพย์พูดว่าเสือมา และเรียกเอาทรัพย์ เจ้าทรัพย์กลัวจึงให้ทรัพย์ไปดังนี้ จำเลยมีผิดฐานปล้น
จำเลยกด คอเขาเนื่องจากทุ่มเถียงกัน และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แตะต้องที่สร้อยคอเลยดังนี้ ยังไม่มีผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ วิธีพิจารณาอาญาฟ้องขอให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์ พิจารณาได้ความว่าทำร้ายร่างกายลงโทษไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้ขอมา
จำเลยเดินสวนทางกับผู้ตายซึ่งเมาสุราอาละวาดมาตามทางจำเลยฟันผู้ตายตายดังนี้ มีผิดตามกฎหมายข้างบน เรื่องนี้น่าจะลงโทษตาม ม.249 เพราะกรรมเปนเครื่องชี้เจตนา จำเลยใช้มีดโต้ฟันศีร์ษะ
ลักษณพะยาน คำรับสารภาพชั้นศาลโปริสภา เมื่อมีพะยานเหตุผลอื่นประกอบ ฟังลงโทษได้
ทำร้ายผู้จับกุมโดยไม่รู้ว่าเปนเจ้าพนักงาน ไม่มีผิดตามกฎหมายข้างบน
ทำตามคำสั่งของผู้ที่ตนไม่ต้องฟังบังคับบัญชา ไม่ยกเว้น
พยายามฆ่าเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่
อุดหนุนช่วยหาช่องโอกาศให้ผู้ร้ายปล้นทรัพย์มีผิดฐานเปนผู้สมรู้
คดีเรื่องลักทรัพย์ โจทก์มีประจักษ์พะยานคนเดียวเบิกความ ก็ฟังลงโทษจำเลยได้พะยานบอกเล่ามาเบิกความรับรองก็รับฟังได้
เหตุยั่วโทษะ ทำร้ายเขาเมื่อเขาทำร้ายตนเสร็จแล้วไม่เปนป้องกัน พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ปัญหากฎหมายศาลเดิมลงโทษตาม ม.256-55 จำ 3 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ลงโทษตาม ม.251-55 จำ 1 ปี 6 เดือน ฎีกาได้
วิธีพิจารณาอาญาคำรับเมื่อสืบพะยานโจทก์หมดแล้ว ศาลไม่ลดปราณีให้
อย่างไรเรียกว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา ลักษณพะยานกรรมเปนเครื่องชี้เจตนา
ทำหนังหนังสือยื่นเรื่องราวต่อเสนาบดีโดยแสดงความคิดเห็น ยังไม่มีผิด
จำเลยทำการชิงทรัพย์ครั้นเจ้าทรัพย์ติดตามจำเลยตั้งท่าหันปากกระบอกปืนยิงตรงมาทางเจ้าทรัพย์ดังนี้แสดงให้เห็นว่าจำเลยยิงโดยเจตนาจะฆ่าเจ้าทรัพย์เพื่อมิให้ถูกจับกุม และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาวิธีพิจารณาอาญาฟ้องตัดสินไม่เกินคำขอ พ.ร.บ. …
อย่างไรเรียกว่าปล้น
ทำโดยบรรดาลโทษะวิธีพิจารณาอาญาศาลล่างวางโทษไม่สมแก่เหตุอุถฉกรรจ์และความยุติธรรม ศาลฎีกาแก้โทษได้