ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
อำนาจที่จะอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่เป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้ที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221โจทก์ร่วมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาสั่งรับฎีกาได้ ส่วนฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1กระทำผิดฐานฉ้อโกงและออกเช็คโ …
ฎีกาว่า ศาลล่างยกประเด็นขึ้นวินิจฉัยไม่ถูกต้องเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ส่วนฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิพากษาคดีส่วนแพ่งซึ่งมีทุนทรัพย์เกินอำนาจผู้พิพากษานายเดียว เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกา
จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยและจำเลยได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นฎีกาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้ …
คดีความผิดยอมความกันได้อยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นส่งให้ศาลฎีกาสั่งเมื่อศาลชั้นต้นยังมิได้สั่งฎีกาจำเลย ศาลฎีกาจึงให้ส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษาให้ยกฟ้อง เป็นการพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงข้อที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีเจตนาประวิงคดี ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจตัดพยานโจทก์ และพยานหลักฐานโจทก์เท่าที่สืบมานั้น คดีมีมูล เป็ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ให้จำคุกคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3. สำหรับจำเลยที่ 1 พิพากษายืน ที่จำเลยที่1 ฎีกาว่าไม่มีพยานโจทก์รู้เห็นรวมทั้งพฤติการณ์ไม่พอเพียงที่จะฟังได้ว่าการกระทำครบองค์ป …
สิทธิฎีกาของคู่ความนั้น ต้องพิจารณาโทษของจำเลยแต่ละกระทง คดีที่โทษแต่ละกระทงจำคุกไม่เกิน 1 ปีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยที่ขอให้รอการลงโทษเป็นการฎีกาคัดค้านดุลพินิจในการลงโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมา …
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในวันที่ 8 ธันวาคม2525. ซึ่งเป็นวันที่จำเลยยื่นฎีกาตามแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า 'รอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว'ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งในวันนั้นเอง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นเมื่ …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุว่าจำเลยไม่มีเจตนาเอาความเท็จมาฟ้องโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้ามขั้นตอนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186เพราะมิได้วินิจฉัยเสียก่อนว่าการกระทำของจำเลยเ …
เมื่อปรากฏว่าคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องจำเลยมิได้เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่จำเลยฟ้องโจทก์ ทั้งมิได้มีการอ้างคดีอาญามาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง จะนำข้อเท็จจริงในคดีอาญามาชี้ขาดตัดสินคดีแพ่งหาได้ไม่ ศาลไม่งดการพิจารณาคดีแพ่งเพื่อรอฟังผลคดีอา …
การที่จำเลยหลบหนีและยังไม่ได้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หาได้มีบทบัญญัติกฎหมายใดห้ามมิให้จำเลยยื่นฎีกาไม่ หากคดีของจำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย แต่คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปีแ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็น 3 ปี เป็นการแก้เฉพาะโทษจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาว่าฟ้องของโจทก์มีมูลเป็นการโต้เถียงการวินิจฉัยของศาล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ฎีกาว่าโจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลอุทธรณ์กลับไปวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้อุทธรณ์ และในข้อหาแสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามโจทก์อุทธรณ์นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายแม้ศาลอุ …
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มิได้เป็นผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องจึงเป็นการพิพากษายกฟ้องในปัญหาข้อกฎหมาย คดีไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220
เมื่อฎีกาเดิมศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จึงไม่มีฎีกาที่จะให้ผู้ฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมได้ แม้จะอยู่ในกำหนดระยะเวลาที่ผู้ฎีกาจะฎีกาได้ก็ตาม
ฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากพยานหลักฐานในสำนวน และปรับบทผิดไปจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยกระทงละไม่เกิน 5ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยยังไม่ยื่นฎีกา คดีจึงไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา
คดีอาญาเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตรงกันว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูล คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ซึ่งใช้บังคับในชั้นไต่สวนมูลฟ้องด้วย