ข้อที่จำเลยฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลล่างที่วินิจฉัยว่าจำเลยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อที่จำเลยฎีกาต่อไปว่า พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่ชอบ โดยอ้างพฤติการณ์ต่างๆ ของพนักงานสอบสวนนั้น แม้พฤติการณ์ของพ …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฎีกาโต้แย้งว่า การที่ศาลลงโทษจำเลยโดยอาศัยพฤติการณ์แวดล้อม ซึ่งเป็นพยานที่ศาลคาดคะเนวินิจฉัยโดยผิวเผินไม่น่าจะมีน้ำหนักพอจะลงโทษจำเลยได้นั้น เป็นการชั่งน้ำหนักคำพยานว่าพยานหลักฐานใดควรรับฟังได้หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎี …
ฎีกาว่าการที่โจทก์อายัดเช็คทำให้รับเงินไม่ได้ และโจทก์ไม่ได้สูญเสียเงินตามจำนวนเช็คจึงไม่เป็นผู้เสียหาย และเช็คออกเนื่องในการเล่นแชร์เปียหวย ซึ่งออกในฐานะผู้ค้ำประกันจึงไม่อาจเป็นความผิดอาญาตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจา …
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุก จำเลยฎีกาว่าพยานมีส่วนได้เสียกับผู้เสียหาย ไม่ควรรับฟังทั้งพยานบุคคลและเอกสาร และวินิจฉัยนอกเหนือสำนวนและนอกเหนือคำพยานหลักฐานนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอ …
ฎีกาที่ว่าจำเลยที่ 2 ประมาทตามฟ้องด้วยหรือไม่ โดยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ.24 …
ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้โจทก์นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ส่วนการประนีประนอมยอมความแม้ไม่ทำเป็นหนังสือและเป็นหลักฐานในคดี เป็นเรื่องสิทธินำ คดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา …
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรม แม้จะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังไม่สืบพยาน ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเจตนาหมิ่นประมาท จึงเป็นดุลพินิจในการรับฟ้องพยานหลักฐาน เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎ …
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังพยานบอกเล่าคำเบิกความของพนักงานสอบสวนมาเป็นพยานหลักฐานในการลงโทษจำเลยได้หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ว่าคลาดเคลื่อนฝ่าฝืนหลักฐานในสำนวน เป็นการโต้เถียงว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตร …
ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะโจทก์มิได้บรรยายว่าออกเช็คเพื่อชำระหนี้ค่าอะไรนั้น โจทก์มีสิทธินำสืบรายละเอียดได้ในชั้นพิจารณา จึงมิใช่เป็นปัญหาข้อกฎหมายข้อสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยส่วนข้อฎีกาว่าจำเลยออกเช็คโดยถูกบีบให้ออกแท …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันปิดกั้นทางสาธารณะ ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา360ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โดยฟังว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะจริง แต่การปิดกั้นของจำเลยไม่ทำใ …
ฎีกาโจทก์ที่ว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบพอฟังว่าคดีมีมูล และที่ว่าศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์เป็นทำนองชั้นพิจารณาคดี มิใช่ชั้นไต่สวนมูลฟ้องเป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อกฎหมายนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้ …
ที่ศาลล่างไม่เชื่อพยานโจทก์ตามอ้างหาใช่เรื่องวินิจฉัยผิดจากหลักฐานในสำนวนไม่ฎีกาของโจทก์ร่วมที่โต้เถียงในข้อนี้จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง
ฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาให้ความกรุณาปราณีแก่จำเลยหรือไม่เพียงใดนั้น เป็นการฎีกาในเรื่องการใช้ดุลพินิจซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาเพียงแก้ไขเล็กน้อยจึงต้องห้ามฎีกาตาม ปร …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่าโจทก์รับเช็คพิพาทตัวแทนบริษัทซินทัสชิปปิ้ง จำกัด โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ฎีกาคัดค้านว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเป็นการชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็ค โดยช …
รับซื้อจักรยานยนต์ไว้จากคนร้ายต่ำกว่าราคาจริง แล้วถอดออกเป็นชิ้นส่วนเก็บไว้ในลักษณะซ่อนเร้น ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จะฎีกาว่าซื้อรถโดยเปิดเผย ไม่ได้ปิดบังซ่อนเร้น เป็นการโต้เถียงดุลพ …
ถ้าคดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวน เมื่อฎีกาว่าไม้ของกลางไม่อยู่ในความครอบครองตามกฎหมาย เป็นการยกข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนเพื่อขอให้ศาลฎีกาปรับข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหม …
คดีของโจทก์น่าจะมีมูลความผิดหรือไม่ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูล ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220
ฎีกาโจทก์ที่อ้างว่าโจทก์มีสิทธิเช่านาและเป็นผู้ครอบครองที่พิพาทอยู่ขณะเกิดเหตุ จำเลยเข้าไปรบกวนก็เพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่ามีเจตนาบุกรุก ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าไม่มีเจตนา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวล …
โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยตามปัญหาว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คต้องถือว่าผู้ออกเช็คมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและคดีมีมูลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบ เป็นปัญหาข้อกฎหมายให้รับฎีกาโจทก์