Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 994/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จ้างบริษัท ด. เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานออกแบบแปลนโรงงานรวมทั้งการสำรวจสถานที่ตั้งโรงงานจัดนำเครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศมาปรับปรุงให้ใช้การได้กับโรงงานของโจทก์และเมื่อติดตั้งเครื่องจักรโรงงานแล้วจะต้องทำการฝึกวิศวกรไทยของโจทก์ให้รู้จักใช้เครื่องจักรรวมทั้งการบำรุงรักษาด้วย โดยโจทก์จะต้องจ่ายค่าตอบแทนในการบริการให้แก่เจ้าหน้าที่ของบริษัทด. ตลอดระยะเวลาตามข้อตกลง กรณีดังกล่าวถือเป็นการให้บริการทางวิศวกรรม เงินค่าตอบแทนที่โจทก์จ่ายให้กับบริษัท ด.จึงเป็นเงินได้จากอาชีพอิสระ วิศวกรรมตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร มิใช่ค่าแห่งสิทธิตามมาตรา 40(3) โจทก์ย่อมหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 40 ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้พึงประเมินได้ตามมาตรา 70(4)

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40 ป.รัษฎากร Section 70

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ลงทุนเพื่อผลิตออกซิเจนเหลวและก๊าซไนโตรเจนเหลว และอาร์กอน เหลว โดยตั้งโรงงานที่จังหวัดสระบุรี และทำสัญญากับบริษัทเดอะคอมมอนเว้ลท์ อินดัสเตรียลแก๊สจำกัด แห่งประเทศออสเตรเลีย ให้การบริการทางวิศวกรรมแก่โจทก์ เป็นผลให้มีการจัดส่งวิศวกรมาศึกษาออกแบบจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ พร้อมทั้งให้การอบรมแนะนำเทคนิคในการผลิตโดยโจทก์ได้จ่ายค่าตอบแทนเป็นค่าบริการเป็นเงิน 9,300,043.52 บาท ซึ่งโจทก์ถือว่า เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร จึงหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 40 ตามมาตรา 70(4) แล้วนำเงินจำนวนสุทธิคำนวณหักเป็นภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งเป็นเงิน 1,395,506.54 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานประเมิน แล้วให้โจทก์นำส่งภาษีเงินได้หัก

ณ ที่จ่ายเพิ่มขึ้น อ้างว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) จะหักค่าใช้จ่ายไม่ได้ ต้องคำนวณภาษีตามมาตรา 70(2)คือร้อยละ 25 ของเงินได้ เป็นเงิน 2 ล้านบาทเศษ เมื่อหักกับที่ได้นำส่งไว้แล้ว จึงให้ชำระเพิ่มอีก 9 แสนบาทเศษ โจทก์ได้อุทธรณ์แล้วคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการประเมินถูกต้องแล้วซึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วย จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่เพียงว่า เงินที่โจทก์จ่ายเป็นค่าบริการทางวิศวกรรมสำหรับโรงงานผลิตแก๊สของโจทก์ที่ท่าลาน 1600/3 ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 ในปี พ.ศ. 2523จำนวน 9,300,043.52 บาท เป็นเงินได้จากอาชีพอิสระ วิศวกรรมตามมาตรา 40(6) หรือเป็นเงินได้จากค่าแห่งสิทธิตามมาตรา 40(3)แห่งประมวลรัษฎากร ได้ความตามสัญญาระหว่างบริษัทเดอะคอมมอนเว้ลท์อินดัสเตรียลแก๊ส จำกัด หรือมีชื่อย่อว่า "ซี.ไอ.จี." กับบริษัทโจทก์หรือมีชื่อย่อว่า "ที.ไอ.จี." ตามเอกสารหมาย จ.2ซึ่งเรียกว่า "ข้อตกลงการบริการทางวิศวกรรมสำหรับโรงงานท่าลาน 1600/3" ว่าบริษัท

ซี.ไอ.จี. จำกัด เป็นบริษัทที่มีความชำนาญทางวิศวกรรมเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานผลิตแก๊สที่โจทก์กำลังจะก่อสร้างเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ต่อจากโรงงานของโจทก์แห่งแรกที่ตำบลปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการรวมทั้งมีความชำนาญในการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตแก๊สตลอดจนการดำเนินงานของโรงงานผลิตแก๊ส การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ เนื่องจากความชำนาญดังกล่าว โจทก์จึงได้ว่าจ้างบริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด ให้บริการทางวิศวกรรมตามความชำนาญของบริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด และในการนี้โจทก์จะต้องจ่ายค่าตอบแทนการบริการทางวิศวกรรมดังกล่าวให้แก่ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัดตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 2 ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงสำหรับค่าใช้จ่ายตามจำนวนเจ้าหน้าที่ของ

บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัดที่มาให้บริการทางวิศวกรรมโดยโจทก์ต้องจ่ายเงินเดือนทั้งหมดและค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักตามที่จำเป็น โดยโจทก์ตกลงจ่ายภายใน 1 เดือน หลังจากโรงงานเปิดดำเนินการแล้ว จากข้อสัญญาดังกล่าวประกอบกับคำเบิกความของนายไมตรี เลิศเพียรพิทยกุล ผู้จัดการฝ่ายการเงินของโจทก์ซึ่งได้ความว่า นอกจาก บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัดจะมีหน้าที่ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงาน ออกแบบแปลนโรงงานรวมทั้งการสำรวจสถานที่ตั้งโรงงานแล้ว ยังจะต้องจัดนำเครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศมาปรับปรุงให้ใช้การได้กับโรงงานของโจทก์ และเมื่อติดตั้งเครื่องจักรโรงงานแล้วยังจะต้องทำการฝึกวิศวกรไทยของโจทก์ให้รู้จักใช้เครื่องจักรรวมทั้งการบำรุงรักษาด้วย

จะเห็นได้ว่า ค่าบริการทางวิศวกรรมที่โจทก์ต้องจ่ายให้กับ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด นั้น เป็นการตอบแทนการทำงานของเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด แม้เจ้าหน้าที่ของบริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด จะมีความรู้ความชำนาญทางด้านวิศวกรรมเป็นพิเศษ โจทก์จึงว่าจ้างมาขยายโรงงานดังที่นางสาวสุมาลีกาญจนมัย พยานจำเลยเบิกความรวมทั้งวิศวกรเหล่านั้นได้ให้ความรู้ทางเทคนิคดังจำเลยอุทธรณ์ด้วยก็ตาม ก็หาทำให้ความรู้ทางวิศวกรรมของเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด ผู้มาดำเนินงานเกี่ยวกับโรงงานผลิตแก๊สของโจทก์ กลายเป็นการให้ข้อมูลในกรรมวิธีในการผลิตสินค้า อันจะทำให้เป็นค่าแห่งสิทธิดังจำเลยอุทธรณ์ไปไม่เพราะมิฉะนั้น ผลจะกลายเป็นว่า

หากมีการว่าจ้างผู้มีความรู้ความชำนาญทางวิศวกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพอิสระจะกลายเป็นค่าแห่งสิทธิไปหมดฝ่ายจำเลยเองก็ยอมรับอยู่แล้วว่าโจทก์มีโรงงานผลิตแก๊สทำนองเดียวกันนี้อยู่แล้วที่ตำบลปู่เจ้าสมิงพราย โรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ที่ตำบลท่าลานนี้เป็นโรงงานแห่งที่สอง โจทก์จึงไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องเสียค่าตอบแทนค่าแห่งสิทธิในการผลิตแก๊สให้แก่ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัดเพราะคำว่าค่าแห่งสิทธิย่อมมีความหมายอยู่ในตัวเองว่า หมายถึง"คุณประโยชน์ของความสำเร็จที่คิดคำนวณเป็นเงินหรือราคา จากผู้ได้รับประโยชน์แห่งความสำเร็จนั้น" ซึ่งเงินได้พึงประเมินประเภทนี้ กฎหมายถือว่าไม่มีค่าใช้จ่ายในการได้มาประมวลรัษฎากรมาตรา 70(2) จึงไม่ยอมให้เงินได้ประเภทนี้หักค่าใช้จ่าย แต่กรณีระหว่างโจทก์กับ

บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด ไม่ใช่กรณีเช่นว่านั้นแต่เป็นเสียงวิศวกรของ บริษัท ซี.ไอ.จี. จำกัด ทำการออกแบบเครื่องจักร ติดตั้งเครื่องจักร เดินเครื่องจักร ทดลองการผลิตดูแลรักษาการใช้เครื่องจักร ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้รู้จักดูแลรักษาการใช้เครื่องจักรซึ่งแม้แต่ในความเห็นของนายเหลือ สงวนพงษ์รองอธิบดีกรมสรรพากรพยานจำเลยเองก็เห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการให้บริการทางวิศวกรรม เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เงินค่าตอบแทนที่โจทก์จ่ายให้กับบริษัทซี.ไอ.จี. จำกัด จึงเป็นเงินได้จากอาชีพอิสระ วิศวกรรม ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งโจทก์ย่อมหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 40 ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเงินได้พึงประเมินได้ตามมาตรา 70(4) แห่งประมวลรัษฎากร การประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4725/2565

แม้เอกสารที่โจทก์นำสืบจะเป็นภาษาต่างประเทศและไม่ได้ทำคำแปลเป็นภาษาไทย แต่คู่ความสามารถส่งพยานเอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศต่อศาลได้โดยไม่จำต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยเสมอไป เว้นเสียแต่ศาลสั่งให้ทำคำแปล…

Supreme Court Judgment No. 2050/2559

การนำเข้าระบบตู้สาขาโทรศัพท์อัตโนมัติของโจทก์ไม่ใช่การซื้อแบบแยกชิ้นเฉพาะส่วนที่เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน อันมีลักษณะเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่มีลักษณะเป็นการซื้อสินค้า…

Supreme Court Judgment No. 13253/2558

บริษัทโจทก์ บริษัท เอบีบี ด. และบริษัท เอบีบี พ. มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายเดียวกันคือ บริษัท อาเซียอา นิติบุคคลตามกฎหมายไทยถือหุ้นร้อยละ 51 และมีบริษัท เอบีบี อ. นิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ ถือหุ้นคิดเป…

Supreme Court Judgment No. 5807/2557

ตามสัญญาให้บริการด้านการตลาดระหว่างบริษัท อ. ประเทศสวีเดนกับโจทก์มีข้อตกลงว่า บริษัท อ. จะให้บริการความช่วยเหลือด้านการตลาดแก่โจทก์ เพื่อช่วยให้โจทก์สามารถจัดจำหน่ายเครื่องใช้ซึ่งโจทก์ซื้อมาจากแหล่งต่…

Supreme Court Judgment No. 5808/2557

ตามสัญญาให้บริการด้านการตลาดระหว่างบริษัท อ. ประเทศสวีเดนกับโจทก์มีข้อตกลงว่า บริษัท อ. จะให้บริการความช่วยเหลือด้านการตลาดแก่โจทก์ โดยจะจัดส่งสิ่งพิมพ์ เช่น แผ่นพับ แคตตาล็อกและเอกสารเกี่ยวกับการโฆษณ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up