Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2544 (ref. 99030)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามและตั้งผู้ทำแผน ต่อมาผู้ทำแผนยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขออนุญาตเบิกจ่ายเงินของลูกหนี้ทั้งสามเพื่อชำระค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายของผู้ทำแผน ศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาต ต่อมามีการโอนสำนวนไปยังศาลล้มละลายกลางและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของศาลแพ่ง ผู้ทำแผนจึงยื่นคำร้องขอเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายส่วนที่ค้างต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลล้มละลายกลางสั่งยกคำร้อง ผู้ทำแผนจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งโดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ผู้ทำแผนเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายจากบัญชีของลูกหนี้ทั้งสามได้ เมื่อปรากฏว่าภายหลังจากที่ผู้ทำแผนยื่นอุทธรณ์ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามโดยกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้กำหนดค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการโดยหักจากเงินในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายให้ผู้ทำแผนแล้วโดยผู้ทำแผนมิได้โต้แย้งคัดค้านแต่ประการใด เท่ากับว่าผู้ทำแผนสามารถเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อยู่แล้วตามคำสั่งศาลดังกล่าว จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ทำแผนอีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 132 พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542 Section 14

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องขอทั้งห้าร่วมกันยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามและตั้งบริษัทเซ้าท์ สาธร แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน ผู้ทำแผนได้เข้าดำเนินการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสาม และกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ทั้งสามสามารถดำเนินต่อไปได้ รวมทั้งได้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ระหว่างพิจารณาก่อนกำหนดนัดพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสาม ผู้ทำแผนยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีในขณะนั้นขออนุญาตเบิกจ่ายเงินของลูกหนี้ทั้งสามเพื่อชำระค่าวิชาชีพ ค่าใช้จ่ายของผู้ทำแผนและที่ปรึกษากฎหมาย ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า ค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ทำแผนดำเนินการจัดทำแผนเพื่อฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามให้สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ถือได้ว่าเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ดำเนินไปได้ ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 (9) และกรณีมีความจำเป็นที่ผู้ทำแผนจะต้องเบิกจ่ายเพื่อนำไปใช้ในระหว่างที่มีการจัดทำแผนดังกล่าว อนุญาตให้ผู้ทำแผนเบิกเงินค่าวิชาชีพ

ค่าใช้จ่ายของผู้ทำแผนและที่ปรึกษากฎหมายได้ในอัตราร้อยละ 30 ของจำนวนเงินค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ส่วนค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ที่จะต้องไปขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ต่อมาวันที่ 21 และ 30 กันยายน 2542 ผู้ทำแผนได้ยื่นคำร้องขอเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายส่วนที่ยังค้างจ่ายต่อศาลล้มละลายกลางซึ่งรับโอนสำนวนคดีจากศาลแพ่ง เพราะที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติไม่ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2542 ว่า ค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสาม เพื่อให้กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสามสามารถดำเนินไปตามกระบวนการที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ มิใช่การกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ทั้งสามสามารถดำเนินต่อไปได้ และมิใช่การจำหน่าย จ่าย โอน ให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สินอันศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 (9) ได้ ประกอบกับไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้อำนาจแก่ศาลที่จะมีคำสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายตามที่ผู้ทำแผนร้องขอมาได้ จึงให้ยกคำร้องและมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2542 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสาม โดยให้ลูกหนี้ตามที่ผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอมาในแต่ละคดี

ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่ผู้ร้องขอในแต่ละคดี โดยให้หักจากเงินในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในแต่ละคดีก่อนที่จะมีการสั่งให้รวมพิจารณา สำหรับค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้กำหนดให้ในแต่ละคดีเช่นกัน สำหรับค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายดังกล่าวเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายหรือคดีฟื้นฟูกิจการ จึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งหักจากเงินในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมสำหรับคดีนี้ จึงให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้พิจารณากำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของผู้ทำแผน เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดแล้ว หากกรณีทำให้บุคคลใดได้รับความเสียหายก็สามารถใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 ต่อไปได้ ผู้ทำแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางอนุญาตให้อุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ผู้ทำแผนอุทธรณ์คำสั่งศาลล้มละลายกลางลงวันที่ 1 ตุลาคม 2542 ที่ให้ยกคำร้องขอเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายของผู้ทำแผนฉบับลงวันที่ 21 และ 30 กันยายน 2542 โดยขอให้ศาลฎีกาพิพากษาว่า ค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายของผู้ทำแผนที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทั้งสาม เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของลูกหนี้ทั้งสามสามารถดำเนินต่อไปได้ และอนุญาตให้ผู้ทำแผนเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายจากบัญชีของลูกหนี้ทั้งสามได้ ผลตามคำขอในอุทธรณ์ของผู้ทำแผนย่อมมีประการเดียวคือ ให้ผู้ทำแผนมีสิทธิเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายจากบัญชีของลูกหนี้ทั้งสาม

เมื่อปรากฏตามรายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2542 ว่า หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2542 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายให้ผู้ทำแผน ผู้ทำแผนได้ยื่นคำขอเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายเมื่อวันที่ 27 และ 28 ตุลาคม 2542 และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายให้ผู้ทำแผน และกำหนดค่าทนายความในชั้นศาลรวม 3 คดี เป็นเงิน 9,000 บาท แล้ว โดยผู้ทำแผนมิได้โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลางให้ผู้ทำแผน เท่ากับว่าผู้ทำแผนสามารถเบิกจ่ายค่าวิชาชีพและค่าใช้จ่ายได้ตามคำขอในอุทธรณ์ของผู้ทำแผนแล้ว กรณีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ทำแผนอีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
สมชาย พงษธา · พิชัย เตโชพิทยากูล · ชวลิต ยอดเณร
Lower court
ศาลล้มละลายกลาง - นายไกรสร บารมีอวยชัยศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 662542)

แม้ตามสัญญาข้อ 19 คู่สัญญาได้แสดงเจตนาไว้ชัดแจ้งว่าถ้าจำเลยทั้งสองส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จจำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์ดำเนินการปรับเป็น รายวัน วันละ 1,939.50 บาท ก็ตาม แต่เงินค่าปรับ ในกรณีที่จำเลยท…

Supreme Court Judgment No. 2071/2559

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศของจำเลยที่ 1 และประกาศของจำเลยที่ 3 กับห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 3 พร้อมบริวารรบกวนการชุมนุมของโจทก์ทั้งสองกับพวก โดยกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ออกประกาศต…

Supreme Court Judgment No. 8626/2557

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นท…

Supreme Court Judgment No. 8366/2557

ผู้ร้องถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกจึงไม่มีผลต่อไป การเป็นผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ร้องไม่อาจรับมรดกความกันได้ จึงไม่มีป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up