Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2510 (ref. 98257)

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นผู้มีหน้าที่รักษาที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีสิทธิและหน้าที่อย่างเดียวกัน ตามกฎหมายในเรื่องที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายอำเภอไม่มีฐานะต่างกัน เดิม ศาลพิพากษาในคดีแดงที่ 15/2495 ซึ่งนายอำเภอวารินชำราบเป็นโจทก์ ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ให้ยกฟ้องในคดีนั้น ที่พิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่พิพาทในคดีแดงที่ 15/2495 ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แม้โจทก์ในคดีนี้จะเป็นจำเลยในคดีแดงที่ 15/2495 และศาลมิได้ชี้ขาดในคดีแดงที่ 15/2495 โดยตรงว่า ที่พิพาทในคดีนั้นเป็นของจำเลยในคดีนั้น ( คือ โจทก์ในคดีนี้ ) แต่ผลของคำพิพากษาที่วินิจฉัยว่าโจทก์ในคดีนั้นไม่มีพยานหลักฐานพอฟังว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ก็ผูกพันโจทก์คดีนี้และผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จำเลยคดีนี้ มิได้รื้อฟ้องพิพาทกันในคดีนี้อีกว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 148 ป.พ.พ. Section 1304 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 122

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนนี้ ศาลล่างพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องมีข้อความทำนองเดียวกันว่า จำเลยแต่ละคนได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์คนละแปลง ๆ ละ ๑๔๐ ตารางเมตร กำหนดเวลาเช่า ๑๐ ปี ค่าเช่าชำระล่วงหน้าปีละ ๗๒๐ บาท จำเลยไม่ชำระงวดที่ ๒ โจทก์บอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวาร ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป และชำระค่าเช่าที่ดิน ๗๒๐ บาท

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ความจริงที่ที่จำเลยเช่าเป็นที่ส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณะแปลงที่ ๒๙ ฯลฯ ศาลชั้นต้นเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในฐานะผู้ดูแลสถานที่สาธรณะเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯ ให้การว่า ที่พิพาทคดีทั้งสองแปลงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามทะเบียนลำดับที่ ๒๙ โจทก์บุกรุกเข้าก่อสร้างที่สาธารณะ นายอำเภอวารินชำราบ ฟ้องขับไล่ตามคดีแพ่งแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ของศาลชั้นต้น ฯลฯ ต่อมาโจทก์จำเลยแถลงรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่พิพาทในคดีแพ่งแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาว่า ศาลฎีกาพิพากษาว่าคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ของศาลชั้นต้นซึ่งนายอำเภอวารินชำราบเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ยืนตามศาลล่างที่ให้ยกฟ้องโจทก์ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘/๒๕๐๑ คำพิพากษานี้วินิจฉัยกรรมสิทธิแห่งทรัพย์สินที่พิพาทเป็นคุณแก่โจทก์ จึงใช้ยันบุคคลภายนอกคือจำเลยได้

เว้นแต่จำเลยจะพิสูจน์ ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า จำเลยอ้างสิทธิของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จำเลยซึ่งอยู่ในฐานะเดียวกับนายอำเภอวารินชำราบโจทก์ในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ มิได้อ้างว่าจำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ อย่างใด พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ฯลฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยอุธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานในประเด็นที่พิพาทแล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้นายแหลมนางคำมั่นจำเลยเดิมอ้างสิทธิของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยว่า อนุญาติให้ตนอาศัยอยู่ในที่พิพาท ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเข้ามาในคดีโดยถูกหมายเรียกตามคำสั่งของศาล โดยคำร้องของจำเลยเดิม มีฐานะเป็นคู่ความในคดีฝ่ายหนึ่ง และต่อสู้คดีในฐานะผู้รักษาที่สาธารณสมบัติ ฯ มีสิทธิและหน้าที่อันเดียวกับนายอำเภอวารินชำราบในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ตามกฎหมายในเรื่องที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน เพียงแต่เป็นผู้มีหน้าที่ในระดับต่างกัน มิได้ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยมีฐานะแตกต่างไปจากโจทก์ในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ คู่ความแถลงรับกันในคดีนี้ว่าที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแปลงที่ ๒๙ เป็นที่แปลงใหญ่ตามแผนที่วิวาทในคดีแพ่งแดงที่ ๑๒๗/๒๕๐๔ ของศาลชั้นต้น โจทก์เคยพิพาทกับนายอำเภอวารินชำราบมาแล้วในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ที่พิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่พิพาทในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ ซึ่งศาลฎีกาพิพากษามาถึงที่สุดแล้ว คู่ความรับกัน ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยจะอ้างว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินแปลงที่ ๒๙ ฐานะของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจำเลยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับนายอำเภอวารินชำราบโจทก์ในคดีแดงที่ ๑๕/๒๔๙๕ แม้โจทก์ในคดีนี้จะเป็นจำเลยในคดีเดิม ซึ่งนายอำเภอวารินชำราบเป็นโจทก์ และศาลมิได้ชี้ขาดในคดีเดิมโดยตรงว่าที่พิพาทในคดีนั้นเป็นของจำเลยในคดีนั้น ( คือ โจทก์ในคดีนี้ ) แต่ผลของคำพิพากษาวินิจฉัยว่า โจทก์ในคดีนั้นไม่มีพยานหลักฐานพอฟังว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ก็ผูกพันคู่ความมิให้รื้อร้องฟ้องพิพาทกันในคดีนี้อีกว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๘

Result

พิพากษากลับ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ.

Matter details

Panel of judges
จิตติ ติงศภัทิย์ · วิเชียร เศวตรุนทร์ · ประสม เภกะสุต
Lower court
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเจริญ แสนเยีย
ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2510 (ref. 34665)

ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นผู้มีหน้าที่รักษาที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีสิทธิและหน้าที่อย่างเดียวกันตามกฎหมายในเรื่องที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายอำเภอไม่มีฐานะต่างกันเดิม…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2548 (ref. 270854)

คดีนี้เป็นคดีปลดเปลื้องทุกข์ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และศาลชั้นต้นได้ตีราคาที่ดินพิพาทตามคำสั่งของศาลฎีกาแล้ว ได้ความว่าที่ดินพิพาทส่วนของจำเลยที่ 1 ราคา 51,450 บาท ที่ดินส่วนของจำเลยที่ 2 ราคา 572,2…

Supreme Court Judgment No. 5541/2545

คณะกรรมการหมู่บ้านซื้อที่ดินพิพาทเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คณะกรรมการหมู่บ้านจึงไม่สามารถนำออกขายให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up