Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 98/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อเสียงปืนดังขึ้น บ. เห็นคนแปลกหน้า 2 คน ยืนถืออาวุธปืนคนละกระบอกและวิ่งผ่านหน้า ห. หนีเข้าป่าไป ต่อมาตำรวจพบจำเลยกับพวกเดินอยู่จึงขอตรวจค้น แต่จำเลยกับพวกวิ่งหนี ตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนพามาให้ ห. ดูตัวห. ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนหนึ่งที่วิ่งผ่านตนไป และ บ. ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนหนึ่งที่ถืออาวุธปืนในที่เกิดเหตุประกอบกับจำเลยมีลักษณะเตี้ยเป็นพิเศษเป็นลักษณะเด่นชัดจำได้ง่าย ทั้งเหตุเกิดขึ้นใกล้เวทีชกมวยย่อมมีแสงสว่างเห็นได้ถนัด เชื่อว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ บ. กับ ห. เห็น แม้จะไม่มีผู้ใดรู้เห็นขณะเกิดเหตุ แต่เมื่อขณะเกิดเหตุจำเลยกับพวกเท่านั้นถืออาวุธปืนอยู่ และเสียงปืนดังขึ้นจากกลุ่มของจำเลยกับพวก ถ้าจำเลยไม่ได้ยิง พวกของจำเลยก็ต้องยิง การที่จำเลยวิ่งหนีไปพร้อมกับพวกโดยถืออาวุธปืนไปด้วยกันเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันยิงผู้ตาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นคนละกระบอกยิงนายเลี่ยม ขุนโต ถึงแก่ความตายเหตุเกิดที่ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288 นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 394/2531 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 20 ปี ให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 394/2531 ของศาลชั้นต้นจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยไม่โต้แย้งว่า ผู้ตายถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถึงแก่ความตายตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้น นายบุญช่วย แพงชาวนา ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมองไปตามเสียงปืนเห็นคนแปลกหน้า 2 คน ยืนถืออาวุธปืนอยู่คนละกระบอกแล้ววิ่งผ่านนายไหม สิงห์รอ หนีเข้าป่าไป สิบตำรวจเอกถวิล แสนสมตำรวจสายตรวจทราบเหตุทางวิทยุจึงขับรถมายังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพลตำรวจนพดล พบจำเลยนี้กับพวกคนหนึ่งเดินอยู่จึงขอตรวจค้น จำเลยกับพวกวิ่งหนี พลตำรวจนพดลจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืน สิบตำรวจเอกถวิลพาจำเลยมายังที่เกิดเหตุนายไหมซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความเป็นพยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่วิ่งผ่านนายไหมหนีเข้าป่าไปตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และสืบทราบว่านายบุญช่วยเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ที่คนร้ายยิงผู้ตายจึงตามนายบุญช่วยมาดูตัวจำเลยหลังเกิดเหตุสิบกว่าวัน

นายบุญช่วยมาเบิกความเป็นพยานโจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งในจำนวน 2 คน ที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นคนแปลกหน้าที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุแล้ววิ่งหนีไปหรือไม่ และจำเลยนี้ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหรือร่วมกับพวกยิงผู้ตายหรือไม่ปัญหาว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าในคืนเกิดเหตุหรือไม่ โจทก์มีนายไหมซึ่งได้เห็นจำเลยอีกภายหลังเห็นคนแปลกหน้าวิ่งผ่านไปเพียง2-3 ชั่วโมง กับนายบุญช่วยซึ่งได้เห็นจำเลยอีกหลังจากเห็นคนแปลกหน้าถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุและวิ่งหนีไปสิบกว่าวันมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งในสองคนที่เป็นคนร้ายยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย

ศาลฎีกาเห็นว่า คนร้ายทั้งสองเป็นคนแปลกหน้าย่อมมีลักษณะเด่นสะดุดตาพยาน ทั้งจำเลยนี้มีลักษณะเตี้ยตรงตามลักษณะคนร้ายที่พยานทั้งสองเบิกความถึงยิ่งพิเคราะห์ภาพถ่ายตามเอกสารหมาย จ.2 จะเห็นว่าจำเลยมีลักษณะเตี้ยเป็นพิเศษเป็นลักษณะเด่นชัดให้จำได้ง่าย พยานได้เห็นจำเลยหลังจากเห็นคนร้ายวันเกิดเหตุไม่นาน ย่อมจะจำคนร้ายได้แม้เกิดเหตุกลางคืน แต่เกิดเหตุใกล้เวทีชกมวยย่อมมีแสงสว่างเห็นได้ถนัด และไม่ปรากฏว่าพยานรู้จักจำเลยมาก่อนจึงไม่มีสาเหตุกับจำเลย ทั้งไม่มีส่วนได้เสียในคดีหรือเป็นญาติกับผู้ตาย จึงไม่มีเหตุต้องสงสัยว่าพยานจะเบิกความปรับปรำจำเลยจึงเชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่พยานเห็นในเวลาเกิดเหตุ ที่จำเลยอ้างว่าได้ยืนดูศพผู้ตายประเดี๋ยวหนึ่งจึงกลับไปนั้น

เห็นว่า เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ได้ เพราะจำเลยพกอาวุธปืนอยู่ในเวลาเกิดเหตุยิงกัน ตำรวจอาจตรวจค้นผู้อยู่ในบริเวณเกิดเหตุได้ทุกคน จำเลยย่อมเข้าใจความจริงข้อนี้และคงไม่รอให้ตำรวจตรวจค้นได้ แม้เมื่อจำเลยเดินอยู่ระหว่างทางจำเลยยังวิ่งหนีตำรวจ ดังที่จำเลยเบิกความ ข้ออ้างของจำเลยไม่พอฟังหักล้างพยานโจทก์

ปัญหาต่อไปว่า จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหรือร่วมกับพวกยิงผู้ตายหรือไม่นั้น ในข้อที่ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายหรือไม่นั้นไม่มีผู้ใดรู้เห็น แต่ขณะเกิดเหตุมีแต่จำเลยกับพวกเท่านั้นถืออาวุธปืนอยู่ เสียงปืนดังขึ้นจากกลุ่มของจำเลยกับพวกซึ่งมีเพียง 2 คน ถ้าจำเลยไม่ได้ยิงพวกของจำเลยก็ต้องยิง การที่จำเลยวิ่งหนีไปพร้อมกับพวกโดยถืออาวุธปืนไปด้วยกันเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันที่จะยิงผู้ตาย จึงฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และมีความผิดตามฟ้องของโจทก์"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7841/2544

การที่พยานโจทก์ไม่เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังเช่นที่พยานโจทก์ปากอื่นเบิกความอาจเป็นเพราะพยาน จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่…

Supreme Court Judgment No. 433/2546

การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายความว่า ก่อนทำการฆ่าผู้กระทำผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุราหรือบันดาลโทสะ การไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่…

Supreme Court Judgment No. 1321/2545

แม้โจทก์ไม่ได้ตัวพยานในชั้นสอบสวนมาเบิกความในชั้นพิจารณาก็ตาม แต่ก็ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติห้ามมิให้รับฟังบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน เมื่อไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนบันทึกคำให้การของพยานไว้ไม่ถูกต้อง จึงรับฟัง…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 2472/2541

แม้บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ ต. จะเป็นพยานบอกเล่าซึ่งโดยลำพังไม่อาจจะรับฟังชี้ลงไปได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้กระทำความผิด แต่อาจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพันตำรวจตรี ว.พนักงาน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up