Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 976/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

งานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานของจำเลยเป็นหน้าที่ของ ก. ผู้รับเหมาจากจำเลยต้องดำเนินการ โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง การที่โจทก์สั่งคนงานของจำเลย 44 คน ไปช่วยผู้รับเหมาทำงานเชื่อมโครงสร้างเหล็กหลังคาโดยที่จำเลยเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้คนงานรวม 172,040 บาท เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของโจทก์ ทำให้จำเลยขาดประโยชน์จากแรงงานของคนงานเหล่านั้น เป็นกรณีโจทก์จงใจทำให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67, 119 (2), 17 วรรคห้า ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุคดีนี้ และ ป.พ.พ. มาตรา 583 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีมีการจดทะเบียนก่อตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และบริษัทในเครือซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจึงเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากจำเลยตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 มาตรา 7 ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่จ่ายเงินจากกองทุนให้โจทก์หากโจทก์มีสิทธิได้รับตามมาตรา 23 จำเลยไม่มีอำนาจจัดการกองทุน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้จ่ายเงินสมทบส่วนของจำเลยในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 583 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 Section 17 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 Section 67 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 Section 119 พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 Section 7 พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 Section 23

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย 581,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 58,100 บาท เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในส่วนของจำเลย 511,235.76 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ซึ่งโจทก์มีสิทธิลาหยุดได้ปีละไม่เกิน 9 วัน โจทก์ทำงานกับจำเลยรวม 27 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีรวม 243 วัน โดยได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 1,936 บาท รวมเป็นเงิน 470,448 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม 7,176,000 บาท เงินจากอัตราค่าปรับเงินเดือนประจำปี ปีละ 48,804 บาท โจทก์ขอเงินส่วนนี้เป็นเวลา 10 ปี คิดเป็นเงิน 488,040 บาท เงินโบนัสปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 50,000 บาท 10 ปี เป็นเงิน 500,000 บาท รวมเป็นเงินซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับ 9,337,453 บาทขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 9,337,453 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การฟ้องแย้ง และแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้อง เมื่อโจทก์ได้กระทำความผิดจนเป็นเหตุให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์และการกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 188,260 บาท จำเลยจึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน13,600 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16พฤษภาคม 2548 จนกว่าชำระเสร็จ คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยว่าการที่โจทก์สั่งให้คนงานของจำเลยไปช่วยทำงานในส่วนที่ผู้รับเหมาได้รับเหมาไว้โดยจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างดังกล่าว เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ และจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า งานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานของจำเลยเป็นงานที่นายกำพลผู้รับเหมาจากจำเลยมีหน้าที่ดำเนินการ โจทก์ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องแต่ประการใดการที่โจทก์เข้าไปช่วยผู้รับเหมาทำงานเชื่อมโครงหลังคาเหล็กบ้านพักคนงานจึงเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่

อีกทั้งโจทก์สั่งคนงานของจำเลย 44 คน ไปทำงานดังกล่าวโดยมิชอบ ย่อมทำให้จำเลยขาดประโยชน์จากแรงงานของคนงานเหล่านั้นและจำเลยเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้คนงานรวม 172,040 บาท ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายแล้ว จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าวจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67, 119 (2) และมาตรา 17 วรรคห้า ที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุคดีนี้ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 สำหรับเงินสมทบส่วนของจำเลยในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาจากจำเลยนั้น ปรากฏว่ามีการจดทะเบียนก่อตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์

คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าวจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากจำเลยตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ.2530 มาตรา 7 และมาตรา 23 บัญญัติให้ลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิก ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ลูกจ้าง ดังนั้น ผู้จัดการกองทุนดังกล่าวจึงมีหน้าที่จ่ายเงินให้โจทก์หากโจทก์มีสิทธิได้รับ จำเลยไม่มีอำนาจหน้าที่จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายนี้แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้จ่ายเงินสมทบส่วนของจำเลยในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าวได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องในส่วนนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · นิพนธ์ ใจสำราญ
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ สัทธิวงศกร
Supreme Court black case no.
ร.113/2550
Trial court black case no.
พ4988/2548
Trial court red case no.
พ5026/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6075/2549

จำเลยทั้งสามติดต่อและตกลงรับโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยที่ 1 เพราะเห็นว่าโจทก์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สามารถทำหน้าที่บริหารดูแลงานทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นสาระสำคัญของสัญญาจ้างงาน การเป็นเนติ…

Supreme Court Judgment No. 8570/2548

แม้ศาลแรงงานจะฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (3) แต่เมื่อจำเลยมิได้ระบุเหตุดังกล่าวไว้ในหน…

Supreme Court Judgment No. 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

Supreme Court Judgment No. 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

Supreme Court Judgment No. 14466/2558

หนังสือบอกเลิกจ้าง ไม่ปรากฏว่าโจทก์ระบุข้อเท็จจริงตามที่อ้างในฟ้องว่า ธ. เจตนาจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (2) ไว้ด้วย โจทก์จึงยกเหตุดังกล่าวขึ้นอ้างในภาย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up