คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์บังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๗๙๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๗๙๔ ของจำเลยที่ ๒ ออกขายทอดตลาด ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๗๙๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ ในราคาสูงสุดเป็นเงิน ๓๘๐,๐๐๐ บาท และขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๗๙๔ ให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๒ ในราคาสูงสุดเป็นเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท
โจทก์ยื่นคำร้องว่า ที่ดินทั้งสองแปลงของจำเลยที่ ๒ จดทะเบียนจำนองประกันหนี้โจทก์ จำนวน ๙๐๐,๐๐๐ บาท ที่ดินทั้งสองแปลงตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ การคมนาคมสะดวก มีถนน ไฟฟ้า และน้ำประปาเข้าถึง ขณะขายทอดตลาดทางราชการประเมินราคาตารางวาละ ๓,๕๐๐ บาท โจทก์คัดค้านราคาขายทอดตลาดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าราคาต่ำไป หากขายทอดตลาดใหม่จะมีผู้เข้าร่วมประมูลมากขึ้นและราคาจะไม่ต่ำกว่าราคาขายครั้งแรก การขาย ทอดตลาดที่ดินทั้งสองแปลงของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขาย ทอดตลาดและให้ประกาศขายทอดตลาดใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์ทั้งสองยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๗๙๓ และ ๘๗๙๔ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๒ แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เดิมโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินมีจำนวนต่ำเกินสมควร ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาต้องกันให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งถึงแม้ในวันที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้คู่ความฟังในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๒ นั้น จะยังไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้เป็น ที่สุดก็ตาม แต่ในขณะที่ผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ ยื่นฎีกาต่อมาในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งได้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๑๘)
พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๒ แล้ว โดยมาตรา ๒๙๖ วรรคสอง กำหนดให้ความในวรรคนี้ อยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง และในมาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง กับวรรคสี่ ซึ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี เนื่องจากราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน มีจำนวนต่ำเกินสมควรนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของ ศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด ดังนี้ฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ จึงเป็นอันต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสี่ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ มานั้น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
Result
พิพากษายกฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ซื้อทรัพย์ที่ ๑.