คำฟ้องและคำให้การ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยบังอาจลอบเปิดหีบสินค้าซึ่งยังมิได้เสียภาษีตามกฎหมายแล้วย้ายสินค้าในหีบนั้นไปซุกซ่อนใส่ไว้ในหีบสินค้าซึ่งเสียภาษีแล้วโดยเจตนาจะหลีกเลี่ยงค่าภาษีของรัฐบาลให้ปรับจำเลยและริบสินค้าทั้ง ๒ หีบเสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้ส่งสินค้ามาจากปีนังแต่ความจริงบิดาจำเลยเป็นผู้ส่งนั้นไม่เป็นข้อสาระสำคัญในคดี ไม่เรียกว่าโจทก์ฟ้องเคลือบคลุมกระทำให้จำเลยเสียเปรียบประการใด ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านว่าไม่ควรริบสินค้ารายนี้เพราะจำเลยไม่ใช่เจ้าของตามกฎหมายอาญา ม.๒๗ นั้นเห็นว่าคดีนี้ไม่เข้า ม.๒๗ นั้น เพราะ พ.ร.บ.ศุลกากรเป็นกฎหมายพิเศษทั้งมีบทบัญญัติโดยชัดเจนให้ริบสินค้าเหล่านี้
Result
พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลยเสีย