Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9526/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การอนุมัติให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางภายในจังหวัดอุบลราชธานีเพิ่มจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถ เป็นการพิจารณากำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถตามที่นายทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานีเสนอโดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัดอุบลราชธานี อันเข้าลักษณะเป็นการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 31 (1) และ (11) หาใช่การพิจารณากำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่งและจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางตาม มาตรา 20 (1) อันจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกชั้นหนึ่ง การอนุมัติให้จำเลยที่ 1 เพิ่มจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันที่นายทะเบียนกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถดังกล่าว เมื่อจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถดังกล่าวไม่เกินกว่าจำนวนที่โจทก์กล่าวอ้างตามฟ้องว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 และเมื่อไม่มีประเด็นพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจำเลยที่ 4 นำมาวางชำระจนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2547 ว่าไม่ครบถ้วนตามสัญญาแล้ว โจทก์ย่อมไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสี่ได้อีก

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 Section 20 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาห้ามจำเลยทั้งสี่จัดให้จำเลยที่ 1 เดินรถโดยสารในเส้นทางหมวด 4 สาย 1460 ระหว่างอำเภอเมืองอุบลราชธานีถึงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เกินจำนวนเที่ยวและเกินจำนวนคันตามที่ระบุไว้ในตารางการเดินรถที่ได้รับอนุญาต กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2544 จนกว่าจะหยุดทำละเมิด และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท หลังจากนั้นโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9901 ตำบลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กับที่ดินโฉนดเลขที่ 93429 และ 93430 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ของจำเลยที่ 4 เพื่อบังคับชำระหนี้ค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดี หมายบังคับคดีตลอดจนการยึดที่ดินของจำเลยที่ 4 ทั้งสามแปลงดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีลงวันที่ 10 สิงหาคม 2555 และการยึดทรัพย์ที่ดินของจำเลยที่ 4 ตลอดจนการบังคับคดีที่ได้กระทำไปจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งระหว่างอำเภอเมืองอุบลราชธานีถึงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีสิทธิเดินรถวันละ 8 ถึง 12 คัน หรือ 24 ถึง 36 เที่ยว แต่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 กรรมการของจำเลยที่ 1 จัดให้จำเลยที่ 1 นำรถโดยสารรับส่งผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนเที่ยวและจำนวนรถ ทำให้โจทก์ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางหมวด 1 สาย 1 บ้านธาตุ อำเภอวารินชำราบ ถึงสามแยกทางเข้าหมู่บ้านหนองแก อำเภอเมืองอุบลราชธานี ที่มีเส้นทางทับซ้อนกันบางส่วนต้องขาดรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 5,000 บาท ขอให้มีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่จัดให้จำเลยที่ 1 เดินรถในเส้นทางสายหมวด 4 สาย 1460 ระหว่างอำเภอเมืองอุบลราชธานีถึงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เกินกว่าจำนวนเที่ยวและเกินกว่าจำนวนคันที่ได้รับอนุญาต และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะหยุดทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธความรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่จัดให้จำเลยที่ 1 เดินรถโดยสารในเส้นทางสายหมวด 4 สาย 1460 ระหว่างอำเภอเมืองอุบลราชธานีถึงมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เกินจำนวนเที่ยวและเกินจำนวนคันตามที่ระบุไว้ในตารางการเดินรถที่ได้รับอนุญาต กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 200 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2544 จนกว่าจะหยุดทำละเมิด ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น แต่ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 500 บาท

นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2544 จนกว่าจะหยุดทำละเมิด ต่อมาวันที่ 21 ตุลาคม 2547 จำเลยที่ 1 ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดอุบลราชธานี ให้เพิ่มจำนวนรถจาก 12 คัน เป็น 33 คัน และเพิ่มเที่ยวการเดินรถจาก 36 ถึง 42 เที่ยว เป็น 120 ถึง 142 เที่ยวต่อวัน และนายทะเบียนประจำจังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนรถและเที่ยวการเดินรถตามมติดังกล่าว ตามรายงานการประชุม และสำเนาใบอนุญาต ครั้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 และวันที่ 22 ตุลาคม 2555 จำเลยที่ 4 นำเงินค่าเสียหายที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมรวม 561,505 บาท ไปวางชำระต่อศาลชั้นต้น วันที่ 10 สิงหาคม 2555 โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 9901 ตำบลวารินชำราบ

อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กับที่ดินโฉนดเลขที่ 93429 และ 93430 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ของจำเลยที่ 4 เพื่อบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยที่ 1 และที่ 4 จึงร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดีอ้างว่า จำเลยทั้งสี่หยุดทำละเมิดตั้งแต่วันที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดอุบลราชธานีลงมติอนุมัติให้เพิ่มจำนวนรถกับจำนวนเที่ยวการเดินรถ และได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์คัดค้านว่ามติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสี่ยังคงทำละเมิดอยู่จนปัจจุบัน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

จำเลยทั้งสี่ยังกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ในข้อนี้ โจทก์มิได้ปฏิเสธโต้เถียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสี่นำไปวางชำระต่อศาลชั้นต้นว่าไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยทั้งสี่นำเงินไปวางชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาจนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2547 โดยถูกต้องครบถ้วน คงมีปัญหาโต้เถียงกันเพียงว่า มติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดอุบลราชธานี ที่อนุมัติให้เพิ่มจำนวนรถและเที่ยวการเดินรถแก่จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547 มีผลใช้บังคับได้ทันทีหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 16 บัญญัติให้มีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง และมาตรา 19 ได้กำหนดอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าวไว้

ส่วนมาตรา 17 ก็บัญญัติให้มีคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดทุกจังหวัดยกเว้นกรุงเทพมหานคร และกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าวไว้ในมาตรา 20 สำหรับการออกใบอนุญาตขนส่งนั้น มาตรา 30 กำหนดให้นายทะเบียนกลางเป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในกรุงเทพมหานคร การขนส่งระหว่างจังหวัด การขนส่งระหว่างประเทศ และกำหนดให้นายทะเบียนประจำจังหวัดเป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในจังหวัดของตน เว้นแต่การออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ เมื่อปรากฏว่าการอนุมัติให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางภายในจังหวัดอุบลราชธานีเพิ่มจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถ เป็นการพิจารณากำหนด (ปรับปรุง)

เงื่อนไขการเดินรถตามที่นายทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานีเสนอ โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัดอุบลราชธานี อันเข้าลักษณะเป็นการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางตามมาตรา 31 (1) และ (11) หาใช่การพิจารณากำหนดเส้นทาง จำนวนผู้ประกอบการขนส่งและจำนวนรถสำหรับการขนส่งประจำทางตามมาตรา 20 (1) อันจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางอีกชั้นหนึ่งแต่อย่างใด ดังนั้น การอนุมัติให้จำเลยที่ 1 เพิ่มจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถจึงมีผลใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 ซึ่งเป็นวันที่นายทะเบียนกำหนด (ปรับปรุง) เงื่อนไขการเดินรถดังกล่าว เมื่อจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถดังกล่าวไม่เกินกว่าจำนวนที่โจทก์กล่าวอ้างตามฟ้องว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์

กรณีถือได้ว่าจำเลยทั้งสี่หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2547 และเมื่อไม่มีประเด็นพิพาทเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจำเลยที่ 4 นำมาวางชำระจนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2547 ว่าไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสี่ได้อีก ข้อที่โจทก์อ้างในฎีกาเกี่ยวกับความไม่ชอบในการลงมติอนุมัติให้เพิ่มจำนวนรถและจำนวนเที่ยวการเดินรถที่พิพาทของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดอุบลราชธานี และการออกใบอนุญาตของนายทะเบียนจังหวัดอุบลราชธานีนั้น เห็นว่า เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างจากการคาดการณ์ของโจทก์ โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวจากทางพิจารณา ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามมติดังกล่าว ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะรับฟัง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนให้เพิกถอนการบังคับคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · บุญมี ฐิตะศิริ · จตุรงค์ นาสมใจ
Lower court
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายยุทธศักดิ์ ตั้งอิทธิพลากร
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลิมพล ชอบธรรม
Supreme Court black case no.
พ.2833/2557
Trial court black case no.
พ1692/2544
Trial court red case no.
พ2062/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up