คำฟ้องและคำให้การ
คดีที่ต้องพิจารณาตามสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษนั้น คู่ความจะทูลเกล้า ฯถวายฎีกาได้แต่เฉภาะในปัณหาข้อกฎหมายเท่านั้น กระทรวงนครบาลฟ้องไล่นางอิ่มอ้างว่าที่รายพิพาทเปนของหลวง นางอีมให้การว่าเปนที่ของผู้ร้อง คดีนั้นศาลตัดสินให้ยกฟ้องโจทย์ ต่อมาเจ้าณี่นางอิ่มฟ้องนางอิ่ม คดีถึงยึดทรัพย์
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ ๆ ถูกยึดเปนของผู้ร้อง แลว่าคำให้การของนางอิ่มที่ให้การไว้ในคดีเรื่องก่อนนั้นปิดปากนางอิ่ม ศาลฎีกาตัดสินว่า จะถือว่าคำให้การนั้นปิดปากนางอิ่มไม่ได้ เพราะคำให้การของนางอิ่มนั้นในสำนวนที่นางอิ่มเป็นความกับผู้ร้องในคราวหลัง นางอิ่มได้เบิกว่าผู้ร้องเป็นผู้เสี้ยมสอนแนะนำให้ ๆ การเช่นนั้นเพื่อจะได้รับความคุ้มครองจากกงสุลอังกฤษ แลว่าถึงแม้ความจริงผู้ร้องจะไม่ได้เสี้ยมสอนก็ดี คดีก็มีเหตุผลพอที่จะสันนิษฐานว่าอย่างน้อยที่สุดผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจด้วย แลนอกจากนั้นผู้ร้องก็ทราบเหตุผลในคดีเรื่องนี้ดีเท่ากับจำเลย จึงให้ยกคำร้องผู้ร้อง()