Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9372/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำฟ้องระบุว่าได้มีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่2ซึ่งเป็นสมุห์บัญชีและจำเลยที่3ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่1เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าม. ก็เป็นพนักงานของจำเลยที่1เช่นเดียวกับจำเลยที่2และที่3การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของม.จึงเป็นการวินิจฉัยว่ามีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของพนักงานของจำเลยที่1ตามคำฟ้องนั่นเองหาใช่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นสมุห์บัญชีและผู้จัดการสาขาหนองคาย เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534โจทก์ซื้อตั๋วแลกเงินของธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาท่าเรือสาธุประดิษฐ์เลขที่ 5596028 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม เลขที่ 5596028 ลงวันที่23 พฤษภาคม 2534 จำนวนเงิน 105,454.33 บาท สั่งจ่ายในนามนางกิม เตริ่นถิ และส่งทางไปรษณีย์ไปให้นางกิมที่จังหวัดหนองคายต่อมาประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2534 มีผู้เบิกเงินตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปจากธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาหนองคาย ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยนางกิมมิได้รับเงินไปทำให้โจทก์เสียหาย

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2และที่ 3 จึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามตั๋วแลกเงินแก่โจทก์โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 105,545.33 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การว่า ในการจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินจำเลยที่ 1ได้จ่ายให้นางกิม เตริ่นถิ ไปถูกต้องตามระเบียบของธนาคารแล้วในวันจ่ายเงินจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้อยู่ปฏิบัติงานที่สำนักงานของจำเลยที่ 1 สาขาหนองคาย โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการจ่ายเงินไม่ถูกต้องดังกล่าว เนื่องจากตั๋วแลกเงินมีชื่อนางกิมเป็นผู้รับเงิน จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 105,545.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (29 พฤศจิกายน 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534 โจทก์ซื้อตั๋วแลกเงินจากธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาท่าเรือสาธุประดิษฐ์ ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2534สั่งจ่ายเงิน 105,545.33 บาท ให้นางกิม

เติ่รนถิ ตามตั๋วแลกเงินเอกสารหมาย ล.1 ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2534 มีผู้นำตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาหนองคายซึ่งมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งสมุห์บัญชีและผู้จัดการนางมันทิราพนักงานบัญชีของจำเลยที่ 1เป็นผู้ตรวจลายมือชื่อผู้ที่นำตั๋วแลกเงินมาเรียกเก็บเงินมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยนอกคำฟ้องหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคำฟ้องระบุว่าได้มีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสมุห์บัญชีและจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของนางมันทิรา จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนั้น

เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านางมันทิราก็เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยว่ามีการเบิกจ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินโดยความประมาทเลินเล่อของพนักงานของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องนั่นเอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมิได้วินิจฉัยนอกคำฟ้องดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาแต่อย่างใด ส่วนปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อต่อไปที่ว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงินให้แก่นางกิมโดยถูกต้องตามระเบียบแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ยก ฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ชลอ ทองแย้ม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 559064)

ที่ผู้ร้องสอดโต้แย้งโจทก์เกี่ยวกับสัญญายุติข้อพิพาทและสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีมีปัญหาตีความข้อความในสัญญา และตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดก็ไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องนำสืบพยานหลักฐานในข…

Supreme Court Judgment No. 1501/2554

หนังสือสัญญาขายฝากที่ดินพิพาท ระบุว่า จำเลยจดทะเบียนทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่โจทก์เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 มีกำหนด 1 ปี และได้จดทะเบียนประเภทขายฝากลงชื่อจำเลยเป็นผู้ขายฝาก โจทก์เป็นผู้รับซื้อฝาก…

Supreme Court Judgment No. 588/2544

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับ ป. ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว เนื่องจาก ป. ได้ยกบ้านและที่ดินพิพาทให้โจทก์เป็นเรือนหอก่อนแล้ว จำเลยให้การว่าบ้านและที่ดินพิพาทเป็นของ ป…

Supreme Court Judgment No. 2424/2542

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยโดยบรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินสาธารณะ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียน…

Supreme Court Judgment No. 2970/2540

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครอง และคดีไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ โจทก์จำเลยทั้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up