คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยงัดกุญแจห้องเข้าไปในเคหะสถานลักเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไป จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่เข้าบทมาตรา ๒๙๕ กฎหมายลักษณอาญา จึงให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๔ ตอนท้าน แต่ผู้พิพากษานายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า การงัดกุญแจก็เท่ากับไขกุญแจนั่นเอง เพราะเป็นการเปิดกุญแจออก ควรลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๙๓ (๔)
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าห้องเรืยนหาใช่เป็นสิ่งใช้บรรจุทรัพย์ไม่คดีจึงไม่เข้ามาตรา ๒๙๓ (๕) พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อ ๕ แห่งมาตรา ๒๙๓ กฎหมายลักษณอาญาหมายความถึงการลักทรัพย์โดยกริยางัดผ่าเปิดสิ่งบรรจุทรัพย์ หรือเอาสิ่งบรรจุทรัพย์พาไปด้วย การงัดกุญแจห้องไม่อยู่ในบังคับแห่งความในข้อนี้
Result
จึงพิพากษายืน