Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9332/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้ประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษเฉพาะผู้ประกอบกิจการดังกล่าวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน เมื่อจำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของ อ. ผู้ไปขออนุญาตจากนายทะเบียนดังที่กฎหมายบัญญัติไว้ ดังนั้นจะถือว่าจำเลยมีเจตนาประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหาได้ไม่

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 Section 38

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38, 79

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79 ฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท ทางนำสืบและคำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 150,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยไม่ได้โต้แย้งรับฟังยุติได้ว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของนายอนุรัตน์ ทำการขายแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ตามตลาดนัดในเมืองพิษณุโลก โดยนายอนุรัตน์ได้ไปยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์บริเวณตลาดนัดคนเดิน หมู่ที่ 7 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552 ตามใบรับ ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยจำหน่ายแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ที่ร้านแผงลอยตลาดนัดคนเดิน ถนนสังฆบูชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกและถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม พร้อมยึดแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ 177 แผ่น เป็นของกลางซึ่งสถานที่จำหน่ายอยู่คนละแห่งกับที่ระบุในใบรับข้างต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้ประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน" บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะลงโทษเฉพาะผู้ประกอบกิจการดังกล่าวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน เมื่อจำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของนายอนุรัตน์ ผู้ไปขออนุญาตจากนายทะเบียนดังที่กฎหมายบัญญัติไว้ อีกทั้งเมื่อจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยได้แสดงใบรับที่แสดงว่านายอนุรัตน์นายจ้างได้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูทันที และตามหนังสือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก ที่

พล 0031/569 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ระบุว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนให้ทราบว่าร้านบริเวณตลาดนัดวังทองหมู่ที่ 1 ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และร้านบริเวณตลาดนัดคนเดินวัดจันทร์ หมู่ที่ 7 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ได้ยื่นคำขออนุญาตแล้วทั้งสองแห่ง ถือว่าไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนั้นปรากฏจากแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ผู้อำนวยการสำนักงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตอบข้อหารือตาม ข้อ 5 ระบุว่า "ใบรับ" มิใช่ใบอนุญาตและมิใช่ใบแทนใบอนุญาต แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงว่าผู้ประกอบการมีเจตจำนงที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจก็ใช้ใบรับนี้แสดงให้ดูว่าได้ไปยื่นขออนุญาตแล้ว

ถือว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ดังนี้ แม้หมายเหตุในใบรับ ระบุว่า "ผู้ประกอบกิจการต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนก่อนจึงจะประกอบกิจการได้" ทำให้เห็นว่ายังห้ามผู้ประกอบกิจการที่เพียงแต่ยื่นคำขออยู่ แสดงว่าความเห็นดังกล่าวไม่ถูกต้องและนายอนุรัตน์นายจ้างของจำเลยจะยังไม่ได้รับใบอนุญาตก็ตาม แต่จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างก็ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวโดยแสดงใบรับให้เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมดูด้วย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีประสบการณ์กระทำทำนองนี้มาก่อน พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่า จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าปฏิบัติตามนั้นได้ ดังนั้น จะถือว่าจำเลยมีเจตนาประกอบกิจการจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหาได้ไม่ สำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่า นายอนุรัตน์ยื่นคำขอใบอนุญาตเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · ปริญญา ดีผดุง · อดิเทพ ถิระวัฒน์
Lower court
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวิโรจน์ เชาวนุรัตน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายบวร กุลทนันทน์
Supreme Court black case no.
อ.1158/2556
Trial court black case no.
อ537/2553
Trial court red case no.
อ245/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 17849/2555

การกระทำของจำเลยในความผิดฐานมีไว้ซึ่งภาพยนตร์ลามกเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้าและฐานจำหน่ายภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เป็นความ…

Supreme Court Judgment No. 4093/2555

ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนต์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 79 และมาตรา 54 วรรคหนึ่ง, 82 สาระสำคัญของการกระทำความผิดอยู่ที่จำเลยประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ดังนั้น แผ่นวีซีดีภา…

Supreme Court Judgment No. 7196/2554

ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานให้เช่าภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามฟ้องข้อ (ค) ในวันเวลาเดียวกันกับความผิดฐาน…

Supreme Court Judgment No. 7195/2554

ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง มีองค์ประกอบเพียงการกระทำด้วยการประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ในลักษณะที่ทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน และก…

Supreme Court Judgment No. 14093/2553

โจทก์บรรยายฟ้องนำข้อความในบทบัญญัติในมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มากล่าวในฟ้องเท่านั้น ไม่ได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดในการกระทำความผิดของจำเลยว่า จำเลยประกอบกิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up