Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 914/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แผงลอยที่ปลูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเข้าประกอบการค้าชั่วคราวนั้น แม้ภายหลังผู้เช่าแผงลอยจะมุงหลังคาสังกะสี ตีเพดานขึ้น ก็ไม่มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยที่ถาวร การที่ผู้เช่าเข้าอยู่อาศัยและเทศบาลออกทะเบียนสำมะโนครัวให้ ก็ไม่ได้หมายความรับรองว่าแผงลอยเป็นอาคาร จึงไม่เป็นเคหะตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯจำเลยที่ 1 ปลูกแผงลอยในที่ดินของโจทก์แล้วให้จำเลยที่ 2 เช่า หากต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 จะยกสิทธิการเช่าที่โจทก์มิได้รู้เห็นด้วยขึ้นยันโจทก์ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 2 อยู่ในแผงลอยได้ก็เนื่องจากอาศัยสิทธิของจำเลยที่ 1

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 Section 3 ป.พ.พ. Section 420 ป.พ.พ. Section 537

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดูแลรักษาที่ดินราชพัสดุทรัพย์สินของแผ่นดิน หมายเลขที่ 5399 ซึ่งใช้ตั้งสถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี โดยโจทก์ที่ 2-3 เป็นผู้ครอบครองดูแลรักษาเมื่อพ.ศ.2492 ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรีให้จำเลยที่ 1 อาศัยที่ดินบางส่วนสร้างแผงลอย โดยจำเลยที่ 2 กับพวกเป็นผู้ออกเงินค่าสร้าง แล้วยกแผงลอยให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 2 กับพวกอาศัยแผงลอยดังกล่าวทำการค้า โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 เข้าอาศัยในแผงลอยหมายเลข 6 และ 7 ทำการขายอาหาร บัดนี้ ทางราชการตำรวจต้องการที่ดินดังกล่าวเพื่อใช้ในราชการ ได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อแผงลอยออกไปแล้ว จำเลยที่ 1 ว่ารื้อไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 2 กับพวกไม่ยอมออก และจำเลยที่ 2 ขัดขืน จึงฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 พร้อมบริวารรื้อแผงลอยออกไป

ขับไล่จำเลยที่ 2 กับบริวารออกไปจากแผงลอยหมายเลข 6,7 และที่ดินของโจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่พิพาทเป็นของใครไม่ทราบ เมื่อ 10 ปีมานี้ นายกเทศบาลเมืองราชบุรีได้สร้างโรงเรือนขึ้นโดยรับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ไม่ใช่แผงลอย แล้วจำเลยเช่าอยู่เป็นที่อาศัยมาจนทุกวันนี้ ไม่ใช่อาศัย ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ และว่าเป็นคดีมโนสาเร่โจทก์ฟ้องผิดศาลในวันนัดชี้สองสถาน จำเลยที่ 1 รับว่าพร้อมด้วยบริวารยอมรื้อแผงลอยทั้งหมดออกไปจากที่ดินของโจทก์ ไม่ต่อสู้คดีและเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ คงดำเนินการพิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 2 ต่อไปศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่ราชพัสดุ แผงลอยสร้างขึ้นเป็นการชั่วคราวไม่อยู่ในลักษณะถาวรจึงไม่เป็นเคหะ ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับความคุ้มครอง

โจทก์ฟ้องเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ศาลจังหวัดราชบุรีมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ยอมออกจากที่พิพาท จำเลยที่ 2 ก็ไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ 1 พร้อมบริวารรื้อแผงลอยไปจากที่ดินโจทก์ ขับไล่จำเลยที่ 2 และบริวารออกจากแผงลอยหมายเลข 6, 7 และออกจากที่ดินโจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในครั้งแรกเทศบาลเมืองราชบุรีขออาศัยที่ว่างของราชพัสดุปลูกแผงลอยเพื่อให้คนเข้ามาขายของเป็นการชั่วคราวและปรากฏตามบันทึกของศาลชั้นต้นเมื่อไปดูที่พิพาทว่า ห้องของจำเลยที่ 2 พื้นลาดซิเมนต์ หลังคามุงสังกะสี ตีเพดานด้วยไม้ยางเพียงกลางห้อง หน้าแผงมีฝาทำด้วยสังกะสี ยกขึ้นเป็นหลังคา ขณะปิดร้านก็ปิดลงมาได้ ไม่มีห้องนอน เมื่อปิดร้านแล้วก็หลับนอนบนโต๊ะ เก้าอี้ที่คนมานั่งรับประทานอาหาร ส่วนแผงลอยทางด้านเหนือติดกับแผงลอยของจำเลยที่ 2 ไปอีก 3 ห้อง เป็นร้านโปร่ง ๆ กั้นหลังคาด้วยผ้าใบไม่มีฝากั้น มีไม้ปักแบ่งเป็นห้องเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าแผงลอยเหล่านี้ปลูกสร้างขึ้นเพื่อให้ประกอบการค้าชั่วคราวเท่านั้นแม้ภายหลังจำเลยที่ 2 จะมุงหลังคาสังกะสีและตีเพดานขึ้นก็ไม่มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยที่ถาวรแต่อย่างใด และการที่เทศบาลเมืองราชบุรีออกทะเบียนสำมะโนครัวให้

ก็ไม่ได้หมายความรับรองว่าแผงลอยนี้เป็นอาคาร จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับความคุ้มครอง ส่วนในเรื่องที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความต่างกับฟ้องโดยจำเลยที่ 2 เช่าห้องพิพาทจากจำเลยที่ 1 ไม่ได้อาศัยโจทก์นั้นหากจะมีการเช่ากันจริง ก็เป็นเรื่องระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2โจทก์มิได้รู้เห็นด้วย ทั้งไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 จำเลยที่ 2 จะยกสิทธิการเช่านี้ขึ้นยันโจทก์ไม่ได้ และการที่จำเลยที่ 2 อยู่ในห้องพิพาทได้ก็อาศัยสิทธิของจำเลยที่ 1 ซึ่งอาศัยโจทก์นั่นเอง ข้อเท็จจริงไม่ต่างกับฟ้องพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวัสดิ์ พานิชอัตรา · บริรักษ์จรรยาวัตร · โพยม เลขยานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1651/2500

จำเลยรับว่าเช่าที่จากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่เช่าโดยไม่จำเป็นต้องเรียกคนอื่นที่ร่วมเช่าที่กับโจทก์มาเข้าชื่อฟ้องด้วย จำเลยปลูกห้องแถว 5 ห้อง 2 ชั…

Supreme Court Judgment No. 523/2562

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างอาคารและดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ และโจทก์ได้รับมอบสถานที่เช่าตามสัญญาแล้ว โดยข้อ 7 วรรคสอง กำหนดเป็นหน้าที่ของผู้เช่าต้องสำรวจศึกษาพื้นที่โครง…

Supreme Court Judgment No. 11044/2558

แม้คู่ความจะรับกันว่า สัญญาระหว่างบริษัท ท. กับจำเลยเป็นการเช่าทรัพย์ตามข้อความที่ระบุในสำเนาหนังสือขอเสนอราคาค่าเช่าและใบรับงานเช่า แต่ ข. คนขับรถเครนคันเกิดเหตุเป็นพนักงานบริษัทจำเลยเป็นผู้ควบคุมปั้…

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Supreme Court Judgment No. 923/2549

สัญญาเช่าอาคารทั้งสองฉบับครบกำหนดเวลาเช่าตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับลง โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งคืนอาคารที่เช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่า การที่จำเลย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up