คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 177, 180
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ไม่ได้เข้าเป็นคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2031/2549 ของศาลชั้นต้น โดยโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนางชารินี ให้ดำเนินคดีแทน และคำฟ้องโจทก์คดีนี้ก็มิได้กล่าวว่าโจทก์มีส่วนได้เสียหรือมีสิทธิในบ้านเลขที่ 5/200 หมู่บ้านเขาน้อย ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไร แม้สำเนาคำฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 2031/2549 ระบุว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อบ้านเลขที่ 5/200 หมู่บ้านเขาน้อย ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากนางชารินี แต่ก็ปรากฏตามคำฟ้องดังกล่าวว่า โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าขณะฟ้องคดีนี้โจทก์ได้จดทะเบียนการซื้อขายบ้านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว และโจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า
บ้านพิพาทยังคงเป็นของนางชารินี จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในบ้านเลขที่ 5/200 แล้ว ดังนี้ โจทก์จึงไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนเสื่อมเสียกรรมสิทธิ์ในบ้าน จึงมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดของจำเลยโดยตรง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) อันจะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ส่วนฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่เป็นสาระอันควรแก่การวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคำพิพากษานี้เปลี่ยนแปลง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน