Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 900/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 รับราชการอยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้กำกับแขวงการทางและมีหน้าที่รับเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับราชการแขวงการทางด้วยจำเลยที่ 1 เบิกเงินจากจำเลยที่ 2 ไป เพื่อชำระค่าสิ่งของที่จำเลยที่ 1 ซื้อเชื่อจากโจทก์มาใช้ในราชการแขวงการทางซึ่งอยู่ในหน้าที่ของจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินเสียดังนี้ ถึงแม้จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 1 ก็เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบราชการ จำเลยที่ 1 หาใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 2 ไม่จะนำกฎหมายเรื่องตัวการตัวแทนมาใช้บังคับแก่จำเลยที่ 2 ไม่ได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการแขวงการทางจังหวัดสกลนคร มีตำแหน่งหน้าที่จัดหาพัสดุให้แก่ราชการแขวงการทางจังหวัดสกลนคร จำเลยที่ ๒ เป็นผู้กำกับแขวงการทาง เป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่รับเบิกจ่าเงินเกี่ยวกับราชการแขวงการทาง จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่ควบคุมกิจการต่าง ๆ เกี่ยวกับกรมทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งจำเลยที่ ๑ - ๒ อยู่ใต้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ ซื้อเชื่อเครื่องอะไหล่และอุปกรณ์รถยนต์ของโจทก์เพื่อใช้ในราชการแขวงการทางจังหวัดสกลนคร ค้างชำระเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทางถามแล้วจำเลยที่ ๒ ตอบว่าทางราชการแขวงการทางเบิกเงินมอบให้จำเลยที่ ๑ นำชำระโจทก์แล้ว การที่จำเลยที่ ๑ รับเงินแล้วไม่ชำระโจทก์ และจำเลยที่ ๒ ไม่นำเงินจ่ายให้โจทก์ด้วยตนเองเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ยักยอก

ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ควบคุมจำเลยที่ ๑ - ๒ ให้ปฏิบัติราชการตามระเบียบและกฎหมาย แต่หาได้ปฏิบัติไม่ เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ ทุจริต จำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าชำระเงินให้หมดแล้ว ไม่มีติดค้าง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า การเบิกจ่ายเงินดำเนินไปตามริเบียบมิได้ประมาท จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ได้ควบคุมจำเลยที่ ๑ - ๒ ปฏิบัติราชการตามระเบียบและกฎหมายอย่างดีแล้ว ไม่มีการทุจริต ก่อนสืบพยาน โจทก์แถลงว่าหนี้ที่ค้างมีเพียง ๙,๔๔๒ บาทเท่านั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อของโจทก์ไปใช้ในราชการแขวงการทาง นำเงินชำระให้โจทก์บางส่วนอีก ๙,๔๔๒ บาท จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่เคยติดต่อซื้อของจากโจทก์โดยตรง ฉะนั้น การชำระค่าสิ่งของจึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ - ๓ ได้ควบคุมการปฏิบัติงานของจำเลยที่ ๑ เป็นอย่างดี ไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างใด จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๒ - ๓ จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๙,๔๔๒ บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ - ๓ เสีย

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ ๒ - ๓ รับผิดชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ว่าชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ - ๓ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๗ เพราะไม่ได้ซื้อของมาใช้ส่วนตัว จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามมาตรา ๘๒๐ ส่วนจำเลยที่ ๒ - ๓ นั้น เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ปฏิบัติหน้าที่การจ่ายเงินถูกต้องตามระเบียบทางราชการแล้ว เหตุที่จำเลยที่ ๑ ยักยอกก็เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนตามมาตรา ๘๑๒ จำเลยที่ ๒ - ๓ ควรมีหน้าที่ชำระหนี้ตามมาตรา ๘๒๐ แต่โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ ๒ - ๓ ให้รับผิดฐานตัวการตัวแทน จึงไม่มีทางบังคับ จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วย แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยที่ ๒ - ๓ ใหม่ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ชั้นนี้มีปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หรือไม่เท่านั้น ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้จำเลยที่ ๑ ซื้อของโจทก์มาใช้ในราชการซึ่งอยู่ในหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ถึงแม้จำเลยที่ ๒ จะเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ ก็เป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบราชการ จำเลยที่ ๑ หาใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ไม่ จะนำกฎหมายเรื่องตัวการตัวแทนมาใช้บังคับแก่จำเลยที่ ๒ ไม่ได้

Result

พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒

Matter details

Panel of judges
บริรักษ์จรรยาวัตร · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
Lower court
ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสอน ไชยสูตร
ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

Supreme Court Judgment No. 1435/2563

การที่จำเลยอนุมัติให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ธ. เป็นบริษัทย่อยของจำเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท ธ. รับงานก่อสร้างของจำเลย และให้พนักงานของจำเลยไปร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบริษัท ธ. เพื่อต…

Supreme Court Judgment No. 4355/2548

ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกบริษัท ช. และบริษัท ป. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม โดยอ้างว่ามูลหนี้ตามฟ้องที่เกิดจากการติดตั้งเต้าปูน และใส่ระบบลากจูงเป็นรถพ่วงเต้าปูนที่จำเลยทำ…

Supreme Court Judgment No. 658/2544

จำเลยทั้งสองว่าจ้างจำเลยร่วมให้ทำถนนลาดยางในโครงการบ้านสวนนำโชคของจำเลยทั้งสอง โดยมีข้อตกลงให้จำเลยร่วมเป็นผู้จัดหาเครื่องจักร เครื่องใช้ และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เอง เมื่อ ก. ซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนา…

Supreme Court Judgment No. 2109/2543

ตามคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันของจำเลย ระบุเงื่อนไขในการสั่งจ่ายและถอนเงินจากบัญชีว่าเมื่อจะสั่งจ่ายหรือถอนเงินให้ใช้เช็คซึ่งธนาคารมอบให้ไว้สำหรับแต่ละบัญชีโดยเฉพาะ จำเลยให้ตัวอย่างลายมือชื่อต่อธนาคารว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up