Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 90/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้ายกว่า 3 คนถืออาวุธครบมือขึ้นไปบนบ้านเขาแล้วเที่ยวเก็บทรัพย์ เจ้าของบ้านมีความกลัวจึงลงเรือนหนีไป กิริยาเช่นนี้เรียกว่าเป็นการขู่เข็ญตาม ม.298 และเป็นผิดฐานปล้นตามมาตรา 301 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดภายนอกพระราชอาณาจักร์สยามเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบความให้ครบ 4 ประการดังที่ระบุไว้ในมาตรา 10(4) จึงจะลงโทษจำเลยได้ ฟ้องว่าจำเลยทำผิดฐานปล้นทรัพย์และลักทรัพย์ที่เมืองไทรย์บุรี โจทก์สืบแต่เพียงวากฎหมายเรื่องปล้นในเมืองไทรย์บุรีมีอย่างไรแต่มิได้สืบกฎหมายในเรื่องลักทรัพย์จะลงโทษฐานลักทรัพย์ด้วยไม่ได้ ความสันนิษฐาน ศาลจะสันิษฐานเสียเองโดยไม่ฟังคำพะยานว่ากฎหมายของประเทศหนึ่งมีลักษณเช่นไรนั้นไม่ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยกับพวกอีก ๕ คนสมคบกันมีสาตราวุธขึ้นไปบนเรือนของ อ.และทำการเก็บทรัพย์ต่าง ๆ ในบ้าน อ. อ.และภรรยามีความกลัวจึงได้ลงเรือนหนีไป จำเลยกับพวกเก็บทรัพย์ที่บ้าน อ.ไปได้คิดเป็นเงินสยาม ๑๒ บาท ๗๕ สตางค์แล้วพากันขึ้นเรือนคนอื่น ๆ ลักทรัพย์ไปได้อีกคิดเป็นเงินสยาม ๑๓๓ บาท ๕๖ สตางค์เหตุเกิดที่ตำบลพูบู ตำบลบาดังดารับกีรี จังหวัดไทรย์บุรี แล้วจำเลยหลบหนีเข้ามาในประเทศสยาม เจ้าพนักงานจับจำเลยได้รัฐบาลไทรย์บุรีได้ร้องขอให้เจ้าพนักงานฝ่ายสยามจัดการฟ้องร้องลงโทษจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่จำเลยกับพวกขึ้นไปบนเรือน อ. พร้อมด้วยสาตราวุธทำการเก็บทรัพย์เช่นนี้ ทำให้ อ.และภรรยามีความกลัวจึงได้ลงเรือนหนีไป กิริยาของจำเลยเป็นการขู่เข็ญตามมาตรา ม.๓๐๑ และโจทก์ได้อ้างกฎหมายซึ่งใช้อยู่ที่เมืองไทรย์บุรีมาแสดงต่อศาลว่าการปล้นทรัพย์เป็นการผิดต่อกฎหมายนั้นโจทก์ได้นำสืบมาตรา ๑๐ ครบถ้วนแล้ว ส่วนข้อที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ในเคหะสถานตามมาตรา ๒๙๔ นั้นโจทก์ไม่ได้นำพะยานมาแสดงว่ากฎหมายเรื่องลักทรัพย์ที่ใช้อยุ่ในเมืองไทรย์บุรี-เป็นอย่างไร แต่เมื่อกฎหมายไทรย์บุรีเรื่องปล้นต้องเกิดแต่การลักทรัพย์เป็นมูลแล้ว ต้องสันนิษฐานว่าการลักทรัพย์มีโทษตามกฎหมายไทรย์บุรีด้วย ศาลจึงลงโทษฐานลักทรัพย์ได้ด้วย แต่โทษฐานปล้นเป็นบทหนักแล้ว ควรรวมโทษฐานลักทรัพย์ไปด้วยกันฐานปล้นตามมาตรา ๗๑ พิพากษาให้จำคุก ๑๐ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดฐานปล้นทรัพย์ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมา ส่วนในเรื่องลักทรัพย์นั้นตามมาตรา ๑๐(๔)ประการที่ ๒ นั้นเป็นข้องเท็จจริงที่โจทก์ตะต้องสืบแสดงให้ชัดเจนว่ากฎหมายไทรย์บุรีในเรื่องลักทรัพย์มีลักษณอย่างใด จริงอยู่ศาลอุทธรณ์อาจถูกในการวินิจฉัยว่าการลักทรัพย์ในกฏหมายไทยนั้นมีลักษณเช่นเดียวกับกฎหมายไทรย์บุรี แต่ศาลจะตั้งข้อสังเกตกฎหมายต่างประเทศแล้วสันนิษฐานเสียเองยังมิชอบ เห็นว่าจะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ยังไม่ได้

Result

พิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ของ อ.ตามมาตรา ๒ ๓๐๑ มีกำหนดโทษจำคุก ๑๐ ปีและให้ใช้ทรัพย์ที่ปล้นเอาไป

Matter details

Panel of judges
อมาตย · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
Lower court
ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิกรศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1361/2498

ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงอย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริงและจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้นโจทก์มีพยานแวดล้อมว่า "ก่อนเกิดเหตุครึ่งเดือนผู้ตายชกนายใบจำเลยเรื่องแ…

Supreme Court Judgment No. 1213/2496

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์ และว่าในการปล้นจำเลยได้ใช้สาตราวุธตีและแทงผู้เสียหายคนหนึ่งโดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย จนผู้เสียหายคนนั้นตาย และตีและแทงทำร้ายผู้เสียหายอีกคนหนึ่งถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลั…

Supreme Court Judgment No. 143/2483

ผู้รับมฤดกตกลงแบ่งที่นามฤดกและได้เข้าปกครองเป็นส่วนสัดแล้ว ย่อมสมบุรณ์โดยไม่ต้องมีหนังสือสัญญาและคดีชะนิดนี้ไม่อย ู่ในอายุความมฤดก 1 ปี

Supreme Court Judgment No. 90/2483

ผู้ตายและผู้รับมฤดกต่างนั้นถือศาสนาอิสสลามและอยู่ในบริเวณ 7 หัวเมืองนั้นต้องแย่งมฤดกตามกฎหมายอิสสลาม ไม่ว่าทรัพย์จะอยู่นอกจังหวัดนั้นหรือไม่ สารตราที่ออกโดยพระบรมราชกิจจานุเบกษาก็ต้องถือว่ามีผลใช้บังค…

Supreme Court Judgment No. 496/2483

ได้แต่งงานกันตามประเพณีแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนก็ถือได้หเพียงว่าเป็นสัญญาจะสมรสหรือหมั้นเท่านั้นในกรณีเช่นนี้ถ้าชายฟ้องเรียกของหมั้นจะต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิด

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up