Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8996/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ร่วมสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และมีผลให้คำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ตกไปด้วย แม้จำเลยไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นอ้างในชั้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธและอ้างเหตุป้องกันในข้อหาพยายามฆ่า

ระหว่างพิจารณา นายวีรเดช ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่วันเกิดเหตุถึงวันฟ้อง 300,000 บาท และค่าเสียหายต่อร่างกาย เนื่องจากเส้นประสาทแขนซ้ายขาดพิการตลอดชีวิต และโจทก์ร่วมไม่สามารถประกอบการงานตามปกติเป็นเงิน 1,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 12 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน คำให้การและทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี 4 เดือน ริบของกลาง ให้จำเลยชำระเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 10 ปี 3 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 10 เดือน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550) ตามคำขอของโจทก์ร่วมเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยไม่มีความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายวีรเดช โจทก์ร่วม 1 นัด กระสุนปืนถูกบริเวณไหล่ซ้ายของโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส อาวุธปืนดังกล่าวจำเลยได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต คู่ความไม่ฎีกา จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จากข้อเท็จจริงที่ได้ความว่า ขณะที่โจทก์ร่วมจอดรถจักรยานยนต์เพื่อซื้อของแต่กีดขวางทางเดินรถของจำเลย จำเลยจึงพูดขอให้โจทก์ร่วมขยับรถ โดยจำเลยอ้างว่าโจทก์ร่วมไม่ขยับรถให้ จำเลยจึงขับรถยนต์หลีกรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมไปจอดห่างประมาณ 3 เมตร แต่โจทก์ร่วมอ้างว่าจำเลยพูดว่าจอดรถขวางทำไมและนายวีระชัยที่มากับโจทก์ร่วมเบิกความว่า จำเลยด่าเย็ดแม่ ขวางทำบ้าอะไร ไอ้เปรต โจทก์ร่วมจึงด่าจำเลยว่า ไอ้เปรตนี้ จากนั้นเมื่อโจทก์ร่วมซื้อของเสร็จแล้ว โจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์เลยไปจอดท้ายรถยนต์ของจำเลย แล้วลงจากรถจักรยานยนต์ตรงไปที่จำเลย

แม้โจทก์ร่วมอ้างว่าเพื่อไปสอบถามจำเลยว่า ทำไมโจทก์ร่วมขยับรถจักรยานยนต์หลีกทางให้แล้วจึงมาจอดรถยนต์อยู่อีก แต่ตามพฤติการณ์ตั้งแต่จำเลยพูดขอให้โจทก์ร่วมขยับรถจักรยานยนต์จนกระทั่งจำเลยขับรถยนต์หลบรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วม น่าจะมีการพูดตอบโต้กระทบกระทั่งกันจนทำให้โจทก์ร่วมเกิดความไม่พอใจ จึงลงจากรถจักรยานยนต์เดินไปหาจำเลย ซึ่งไม่ใช่เพียงเพื่อสอบถามดังที่โจทก์ร่วมอ้าง แต่น่าจะเป็นการเข้าไปหาเรื่องกับจำเลยมากกว่า เนื่องจากโจทก์ร่วมหนุ่มกว่าจำเลยและมีเพื่อนมาด้วยกัน เพราะเมื่อโจทก์ร่วมซื้อของเสร็จแล้วและจำเลยสามารถขับรถยนต์หลบรถจักรยานยนต์ของโจทก์ร่วมได้แล้ว ก็ไม่มีเหตุจำเป็นอย่างใดที่โจทก์ร่วมจะต้องไปพูดคุยกับจำเลยอีกเพราะอาจเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้ ตามพฤติการณ์ของโจทก์ร่วมถือได้ว่าโจทก์ร่วมสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย

ส่วนกรณีของจำเลยที่อ้างว่า โจทก์ร่วมกับเพื่อนได้ถีบประตูรถของจำเลยและชกต่อยนางหนูกลิ่น ภริยาจำเลยหลายครั้ง โดยมีนางปานิต นางหนูแจ่มและนางดวงใจ พยานจำเลยเบิกความสนับสนุนนั้น ก็ไม่ปรากฏว่านางหนูกลิ่นได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่โจทก์ร่วมกับพวกในทันที แต่เพิ่งมาแจ้งความภายหลังจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและเป็นเวลาหลังเกิดเหตุถึงเดือนเศษ โดยขณะแจ้งความไม่ได้ระบุพยานผู้รู้เห็นฝ่ายตนคือ นางปานิต นางหนูแจ่มและนางดวงใจต่อพนักงานสอบสวน แต่เพิ่งนำมาสืบพยานในชั้นพิจารณาและเกี่ยวกับบาดแผลของนางหนูกลิ่นก็ไม่ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวน ในการแจ้งความครั้งแรกว่ามีบาดแผลฟกช้ำที่หน้าอก แต่เพิ่งมาแจ้งภายหลัง

พยานหลักฐานจำเลยจึงมีพิรุธและไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือให้รับฟังว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ลงมือก่อเหตุก่อน อันเป็นเหตุให้จำเลยต้องป้องกันตนเอง และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ร่วมเดินไปหาจำเลยซึ่งโจทก์ร่วมและนายวีระชัยอ้างว่าเมื่อโจทก์ร่วมเดินไปถึงหน้ารถของจำเลย จำเลยได้ลงจากรถยนต์แล้วยืนอยู่ข้างรถ จากนั้นจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 1 นัด แม้จำเลยและนางหนูกลิ่นนำสืบว่า จำเลยนั่งอยู่ในรถยนต์โดยไม่ได้ลงจากรถแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงขู่ แต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่จำเลยเคยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยเปิดประตูรถและเท้าข้างหนึ่งอยู่บนรถ ส่วนเท้าอีกข้างหนึ่งอยู่บนถนน ซึ่งคำให้การของจำเลยนี้ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุนั้นเอง

ยังไม่ทันที่จำเลยจะคิดปรุงแต่งข้อเท็จจริงเพื่อให้ตนเองพ้นผิด มีเหตุผลน่ารับฟังยิ่งกว่าคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณา จากพฤติการณ์ของจำเลยเมื่อเห็นโจทก์ร่วมลงจากรถจักรยานยนต์เดินมาที่จำเลย จำเลยก็ลงจากรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม ขณะที่โจทก์ร่วมเดินมายังไม่ถึงตัวจำเลย ยังไม่ถือว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวจำเลยอันจำเลยจะใช้สิทธิป้องกันตนเองได้ เพราะหากจำเลยเพียงแต่ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นท้องฟ้า โจทก์ร่วมกับพวกก็น่าจะหลบหนีไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว

อนึ่ง เมื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับพฤติการณ์ของโจทก์ร่วมไว้ข้างต้นแล้วว่า โจทก์ร่วมสมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กับจำเลย โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ทั้งมีผลให้คำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ตกไปด้วย แม้จำเลยไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นอ้างในชั้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และยกคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของโจทก์ร่วม ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองในส่วนที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งชั้นศาลล่างทั้งสองให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ทวีป ตันสวัสดิ์ · ศิริชัย วัฒนโยธิน · ธงชัย เสนามนตรี
Lower court
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสุรสิทธ์ พันธ์อุดม
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล
Supreme Court black case no.
อ.7085/2552
Trial court black case no.
อ271/2550
Trial court red case no.
อ703/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

Supreme Court Judgment No. 4136/2567

ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งวันนัดให้ผู้ร้องทั้งสองซึ่งยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นและไม่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองฟัง อันเป็นการไม่ปฏิบัต…

Supreme Court Judgment No. 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

Supreme Court Judgment No. 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1350/2563

ขณะ จ. อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย จ. คบหาฉันชู้สาวกับผู้ตายจนเป็นสาเหตุให้จำเลยหึงหวงและทะเลาะกัน แล้วแยกกันอยู่กับ จ. ไม่ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันอีก วันเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเห็นรถจำเลยจอดอยู่ จึงขับร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up