Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 888/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ จึงไม่อาจนำวิธีการเพื่อความปลอดภัยตาม ป.อ. มาตรา 49 มาใช้บังคับแก่จำเลยทั้งสองได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นโทษตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 49 ริบของกลาง และมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นโทษ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 36 ปีจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 24 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน และรถยนต์ หมายเลขทะเบียน บ - 0246 พังงา ของกลาง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นโทษ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังยุติในเบื้องต้นว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บ - 0246 พังงา มีจำเลยที่ 1 นั่งคู่มาด้วย มาถึงจุดตรวจของเจ้าพนักงานตำรวจ ร้อยตำรวจเอกชัยโชค ทองใส และสิบตำรวจเอกโชคดี ศรีสวัสดิ์รักษา ขอตรวจค้น พบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2,000 เม็ด น้ำหนัก 181.220 กรัม บรรจุในกล่องนมสดโฟร์โมสต์ซุกซ่อนอยู่ในที่ใส่ไส้กรองอากาศ จึงจับกุมจำเลยทั้งสองโดยแจ้งข้อหาว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ถึงที่สุด คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า

จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้องหรือไม่ ปัญหานี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกชัยโชคและสิบตำรวจเอกโชคดีเบิกความว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ขับรถมาถึงจุดตรวจ ได้เรียกขอตรวจค้น สังเกตเห็นไส้กรองอากาศมีลักษณะใช้แล้ววางอยู่ในส่วนที่นั่งด้านหลัง เกิดความสงสัย จึงให้เปิดกระโปรงหน้ารถ และเปิดฝาครอบไส้กรองอากาศพบกล่องนมสดโฟร์โมสต์ภายในกล่องพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2,000 เม็ด นอกจากนี้ ร้อยตำรวจเอกชัยโชคยังเบิกความต่อไปอีกว่ามีการเสนอเงินให้พยานโดยครั้งแรกเสนอให้ 300,000 บาท จำเลยที่ 2 เป็นผู้เสนอให้เจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวจำเลยที่ 2 ไว้ และให้เจ้าพนักงานตำรวจคุมตัวจำเลยที่ 1 ไปเบิกเงิน เมื่อพยานไม่สนใจ จำเลยทั้งสองจึงไม่ยอมลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม

ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบปฏิเสธว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะของกลางมารับจำเลยที่ 2 ที่บ้าน แล้วให้จำเลยที่ 2 ขับรถคันดังกล่าวไปที่บ้านนายสา ไม่ทราบนามสกุล แล้วร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านนายสา รับประทานอาหารเสร็จแล้ว จำเลยที่ 2 ขับรถพาจำเลยที่ 1 ไปอำเภอกระบุรี ระหว่างทางถูกตรวจค้นจับกุม จำเลยที่ 2 ไม่ทราบเรื่องเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม เจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมจำเลยที่ 2 ไปด้วยนั้น เห็นว่า หากจำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ขับรถให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ทราบเรื่องการซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในที่ใส่ไส้กรองอากาศแล้ว

ทันทีที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนในที่ใส่ไส้กรองอากาศสัญชาตญาณของบุคคลทั่วไปย่อมต้องตกใจและปฏิเสธทันทีว่าไม่ทราบเรื่องด้วย แต่กลับไม่ปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกชัยโชคและสิบตำรวจเอกโชคดีเลยว่าจำเลยที่ 2 ได้ปฏิเสธทันทีที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเมทแอมเฟตามีนของกลาง อีกทั้งยังปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมชี้จุดที่พบเมทแอมเฟตามีนตามภาพถ่ายหมาย จ.3 ภาพที่ 5 ถึงที่ 7 ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความรับว่าได้นำชี้โดยไม่ได้ถูกบังคับข่มขู่จากเจ้าพนักงานตำรวจ นอกจากนี้ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ถึงสาเหตุที่ขับรถมากับจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาก็แตกต่างกัน กล่าวคือ ในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ตามเอกสารหมาย

จ.5 จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 2 ไปขับรถยนต์กระบะของกลางมาจากบ้านจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2542 มาไว้ที่บ้านจำเลยที่ 2 ก่อนแล้ว วันที่ 27 ธันวาคม 2542 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุจึงขับรถยนต์กระบะของกลางไปรับจำเลยที่ 1 ที่บ้านเพื่อไปบรรทุกกระบือที่อำเภอกระบุรี แต่ในชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 กลับเบิกความว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นคนขับรถยนต์กระบะของกลางไปรับจำเลยที่ 2 ที่บ้าน แสดงให้เห็นพิรุธของจำเลยที่ 2 พยานจำเลยที่ 2 จึงมีน้ำหนักน้อย ไม่อาจรับฟังหักล้างพยานโจทก์ซึ่งเบิกความสอดคล้องกัน ไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่ามุ่งปรักปรำจำเลยที่ 2 ให้ต้องรับโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ จึงไม่อาจนำวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 49 มาใช้บังคับแก่จำเลยทั้งสองได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นโทษตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้มีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8

Matter details

Panel of judges
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ทวีวัฒน์ แดงทองดี · พลรัตน์ ประทุมทาน
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

Supreme Court Judgment No. 324/2568

เมื่อผู้ตายมีส่วนประมาท มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็น…

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 2585/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่า คำพิพากษาเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษายืน ด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up