Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 883/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สถานที่ใดจะเป็นสาธารณสถานหรือไม่ ไม่ต้องคำนึงว่าสถานที่นั้นจะเป็นสถานที่ผิดกฎหมาย เช่นสถานการค้าประเวณีหรือไม่เพียงแต่พิจารณาว่าสถานที่นั้นประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้หรือไม่และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นราย ๆ ไป ถ้าประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ สถานที่นั้นก็เป็นสาธารณสถานไม่ใช่ที่รโหฐาน ได้ความว่าเจ้าของสถานการค้าประเวณีหรือซ่องโสเภณีมิได้หวงห้ามผู้หนึ่งผู้ใดที่จะไปหาความสุขกับหญิงโสเภณี หรือไปธุระอื่นที่จะเข้าไปในห้องโถงซึ่งใช้เป็นที่รับแขกในสถานการค้าประเวณีหรือซ่องโสเภณีนั้นห้องโถงจึงเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้เป็นสาธารณสถานไม่ใช่ที่รโหฐาน พนักงานตำรวจมีอำนาจค้นและจับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93,78(3) จำเลยมีและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140, 289(2),80,52(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 12/2519)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2517 เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตไว้ในครอบครอง เจ้าพนักงานตำรวจพบการกระทำผิดจึงเข้าทำการจับกุม จำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และมีเจตนาฆ่าโดยใช้อาวุธปืนยิงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยกระทำไปตลอดแล้ว แต่กระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ เจ้าพนักงานตำรวจจึงไม่ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลคลองขลุงอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 140, 278, 289(2), 80, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2, 3 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4)

พ.ศ. 2510 มาตรา 3 และขอให้ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานไม่มีอำนาจจะค้นในเคหสถานได้โดยไม่มีหมายค้น จำเลยมีสิทธิต่อสู้ป้องกันตัวได้แต่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 จำคุก 6 เดือน และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 69 ให้จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 3 เดือน ของกลางริบโจทก์อุทธรณ์ว่า สถานการค้าประเวณีหรือซ่องโสเภณีที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปจับจำเลยไม่ใช่ที่รโหฐาน เจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจค้นและจับกุมจำเลยได้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า สถานที่ใดจะเป็นสาธารณสถานหรือไม่นั้นไม่ต้องคำนึงว่าสถานที่นั้นจะเป็นสถานที่ผิดกฎหมายเช่นสถานการค้าประเวณีหรือซ่องโสเภณีอย่างคดีนี้หรือไม่ เพียงแต่พิจารณาว่าสถานที่นั้นประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้หรือไม่ และต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นราย

ๆ ไป สำหรับซ่องโสเภณีในคดีนี้เป็นห้องแถวยาวมีทางเดินผ่านกลาง สองข้างทางเดินกั้นเป็นห้อง ๆ สำหรับคนมาเที่ยวเข้าไปหลับนอนกับหญิงโสเภณี ตอนหัวห้องแถวด้านหน้าเป็นห้องโถง ในห้องโถงมีโต๊ะ มีตะเกียงจุดอยู่ 1 ดวง มีม้ายาวตั้งสำหรับให้ผู้มาเที่ยวนั่งพักผ่อน ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 21 นาฬิกา เป็นเวลาที่หญิงโสเภณีรอรับแขกที่มาเที่ยว ประตูห้องโถงเปิด เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตามจำเลยไปที่ซ่องโสเภณีดังกล่าว พบจำเลยยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องโถง พอจำเลยเห็นเจ้าพนักงานก็หลบเข้าไปนั่งที่ม้ายาวในห้องโถง เจ้าพนักงานตำรวจตามจำเลยเข้าไป ไม่ปรากฏว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดออกมาห้ามจำเลยและเจ้าพนักงานตำรวจไม่ให้เข้าไป เห็นได้ว่าเจ้าของสถานการค้าประเวณีหรือซ่องโสเภณีแห่งนี้มิได้หวงห้ามผู้หนึ่งผู้ใดที่จะไปหาความสุขกับหญิงโสเภณี หรือไปธุระอื่นที่จะเข้าไปในห้องโถงนั้น

ห้องโถงซึ่งใช้เป็นที่รับแขกในขณะนั้นจึงเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ และเป็นสาธารณสถานไม่ใช่ที่รโหฐาน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะทำการตัวจำเลยในห้องโถงของซ่องโสเภณีโดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งว่าสงสัยจำเลยเป็นคนร้าย เจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจค้นและจับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 93 และ 78(3) และจำเลยย่อมมีความผิดฐานมีและใช้อาวุธปืนต่อสู้และขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3, 4 ยกเว้นโทษจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษพิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140, 289(2), 80 ประกอบด้วยมาตรา 52 แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2), 80 ประกอบด้วย มาตรา 52 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงให้จำคุก 25 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2914/2537

โรงค้าไม้ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยยาม ที่โรงค้าไม้หยุดดำเนินกิจการ ภายในบริเวณโรงค้าไม้ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังย่อมไม่ใช่สาธารณสถาน แต่เป็นที่รโหฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 2(13)แม…

Supreme Court Judgment No. 6894/2549

หนังสือร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมซึ่งมีข้อความว่า มีการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมที่บริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตร…

Supreme Court Judgment No. 1388/2545

จำเลยที่ 1 ใช้ลูกระเบิดฆ่า ศ. อ. และ ส. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและพยายามฆ่าบุคคลอื่นอีกหลายคน แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นลักษณะที่จะทำให้ตายโดยใช้อาวุธร้ายแรงมีอำนาจแห่งการทำลายโดยกว้างขวาง มิได้มี…

Supreme Court Judgment No. 113/2534

จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(1) ประกอบกับมาตรา 80 ซึ่งมาตรา 289 บัญญัติโทษไว้สถานเดียวคือประหารชีวิตเมื่อลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(1)แล้ว จึงต้องวางโทษจำคุ…

Supreme Court Judgment No. 5409/2533

จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มาถึงที่เกิดเหตุและขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ได้เข้าไปนั่งรวมอยู่ในกลุ่มของผู้เสียหายที่ 3 ถึงที่ 6 แล้ว จำเลยทั้งสองตามมาถึงโดยอยู่ห่างไปประมาณ 2 วา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up