Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 863/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำว่า 'โดยทุจริต' หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่น การที่จำเลยทั้งสองสมคบหลอกลวงโจทก์โดยจำเลยที่ 2 แสดงตนต่อโจทก์ว่าเป็นนายเชวง แซ่ภู่เจ้าของที่ดินตาม น.ส.3. จนโจทก์หลงเชื่อทำหนังสือรับรองทรัพย์ยื่นขอประกันตัวนายกุหลาบต่อศาลนั้น แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับประโยชน์เป็นทรัพย์สินแต่อย่างใดก็ตาม ก็ทำให้นายกุหลาบได้รับประโยชน์จากการใช้หนังสือรับรองทรัพย์นั้นอ้างต่อศาลจนได้รับประกันตัวไป ซึ่งย่อมถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์สำหรับผู้อื่นอันเป็นการกระทำโดยทุจริตเช่นกัน คำว่า 'เอกสารสิทธิ' ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 1(9) นั้นมุ่งหมายถึงเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งซึ่งสิทธิหรือหนี้สินและเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการเปลี่ยนแปลง โอนหรือระงับซึ่งสิทธิหรือหนี้สินทุกอย่าง หนังสือรับรองทรัพย์ที่ยื่นขอประกันตัวจำเลยต่อศาลซึ่งผู้ยื่นหนังสือดังกล่าวรับรองต่อศาลว่า หลักทรัพย์ตามบัญชีคำร้องขอประกันเป็นของผู้ขอประกัน หากบังคับแก่ทรัพย์ตามสัญญาประกันไม่ได้หรือได้ไม่ครบ ผู้ทำหนังสือรับรองทรัพย์ยอมรับผิดใช้เงินจนครบ ซึ่งเท่ากับเป็น หนังสือค้ำประกันผู้ขอประกันตัวอีกชั้นหนึ่งนั้นเป็นเอกสารสิทธิตามความหมายแห่งบทบัญญัติดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองมีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ นำจำเลยที่ ๒ มาแสดงตัวต่อโจทก์ว่าจำเลยที่ ๒ คือนายเชวงแซ่ภู่ และนำที่ดินตาม น.ส.๓ ของนายเชวง แซ่ภู่ มาแสดงว่าเป็นของจำเลยที่ ๒ เพื่อประโยชน์ในการขอประกันตัวนายหลาบหรือกุหลาบ พันเกิดจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๒๓/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดพิจิตรซึ่งถูกขังระหว่างอุทธรณ์ เป็นเหตุให้โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ คือนายเชวง แซ่ภู่ และมี่หลักทรัพย์ดังกล่าวจริง จึงได้ทำหนังสือรับรองทรัพย์ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิในการร้องขอประกันตัวนายหลาบหรือกุหลาบ พันเกิดในระหว่างอุทธรณ์ เป็นผลให้ศาลจังหวัดพิจิตรให้ประกันตัวไปซึ่งความจริงจำเลยที่ ๒ หาใช่นายเชวง แซ่ภู่ ไม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๒, ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๓๔๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๒ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยที่ ๑ไว้ ๓ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๒ ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘จึงไม่ไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกาสั่งรับในข้อที่ว่าจำเลยจะมีความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในฎีกาข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการกระทำโดยทุจริตเพราะการที่จำเลยหลอกลวงให้โจทก์รับรองหลักทรัพย์มิใช่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากโจทก์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๑) "โดยทุจริต" หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่น การที่จำเลยสมคบกันหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยที่ ๒ คือนายเชวง แซ่ภู่ เจ้าของที่ดิน น.ส. ๓จนโจทก์หลงเชื่อทำหนังสือรับรองทรัพย์ยื่นขอประกันตัวนายกุหลาบต่อศาลจังหวัดพิจิตรนั้น แม้จะไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับประโยชน์เป็นทรัพย์แต่ประการใด ก็ทำให้นายกุหลาบได้รับประโยชน์โดยใช้หนังสือรับรองทรัพย์นั้นอ้างต่อศาลจนได้รับประกันตัวไปอันเป็นการแสวงหาประโยชน์สำหรับผู้อื่นย่อมถือเป็นการกระทำโดยทุจริตเช่นกัน ฎีกาจำเลยในข้อที่ว่า หนังสือรับรองหลักทรัพย์ที่จำเลยหลอกลวงให้โจทก์ทำขึ้นไม่เป็นเอกสารสิทธินั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑(๙) "เอกสารสิทธิ" หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ ดังนี้ ย่อมเห็นความมุ่งหมายของเอกสารสิทธิได้ว่า จะต้องเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการ ก่อตั้งซึ่งสิทธิหรือหนี้สินและเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการ เปลี่ยน โอน สงวน หรือระงับสิทธิหรือหนี้สินทุกอย่างหนังสือรับรองทรัพย์นี้เป็นหนังสือที่โจทก์รับรองว่าทรัพย์ตามบัญชีท้ายคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเชวงแซ่ภู่ ผู้ขอประกัน หากผู้ขอประกันผิดสัญญาประกัน ศาลบังคับตามสัญญาประกันแก่ผู้ขอประกันไม่ได้ หรือบังคับได้แต่ได้เงินไม่ครบตามสัญญาประกันโจทก์ยอมรับผิดชอบใช้เงินที่ยังขาดอยู่นั้นต่อศาลจนครบข้อความในหนังสือรับรองทรัพย์ที่จำเลยหลอกลวงให้โจทก์ทำขึ้นนี้เห็นได้ว่า เป็นหลักฐานแห่งการก่อตั้งซึ่งสิทธิ

เพราะศาลมีสิทธิบังคับให้โจทก์ต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญาประกันหากจำเลยหลบหนี ซึ่งเท่ากับเป็นสัญญาค้ำประกันนายเชวงผู้ขอประกันต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง หนังสือรับรองทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๙)

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวัสดิ์ ภู่งาม · จินตา บุณยอาคม · ชลอ บุปผเวส
Lower court
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายทองพูน โคตรศรีเมือง
ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up