Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8625/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีมีข้อความว่า ผู้กู้ยอมเสียดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้สำหรับเงินกู้จำนวนที่ได้เบิกไป โดยมีกำหนดชำระเงินรายเดือนทุก ๆ เดือน ภายในวันสิ้นเดือน ในเวลาทำงานของผู้ให้กู้ แต่ถ้าวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ยเช่นว่านี้ตรงกับวันหยุดงานของผู้ให้กู้ ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำงานที่ถัดไป ดังนั้น การคิดดอกเบี้ยทบต้นก่อนวันสิ้นเดือนจึงขัดกับข้อสัญญาเป็นการไม่ชอบ ทำให้มูลหนี้ความรับผิดของจำเลยตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง จึงต้องคิดคำนวนหนี้ของจำเลยในส่วนนี้ใหม่ โดยให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยทุกวันสิ้นเดือน แล้วนำดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงินคงค้าง เพื่อถือเป็นต้นเงินของเดือนต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองเป็นเงิน 7,378,277.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 6,950,548.16 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระหนี้ไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 7,378,277.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 6,950,548.16 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดที่ดินจำนองโฉนดเลขที่ 113 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรวมสามฉบับ จำนวน 4,196,671.29 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2537 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินและสัญญาเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีเฉพาะสินเชื่อธนวัฏบัตรเครดิตรวมจำนวน 2,267,806.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 1,953,435.89 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระหนี้ไม่ครบตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรวมสามฉบับและสัญญากู้เงินดังกล่าว ให้ยึดที่ดินจำนองตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ ถ้าได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน เฉพาะค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "?

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นก่อนวันสิ้นเดือนเป็นการไม่ชอบนั้น ปรากฏว่าตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี เอกสารหมาย จ. 4, จ. 8, จ. 12 ซึ่งแต่ละฉบับในข้อ 2 มีข้อความว่า ผู้กู้ยอมเสียดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้สำหรับเงินกู้จำนวนที่ได้เบิกไป โดยมีกำหนดชำระเงินรายเดือนทุก ๆ เดือน ภายในวันสิ้นเดือน ในเวลาทำงานของผู้ให้กู้ แต่ถ้าวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ยเช่นว่านี้ตรงกับวันหยุดงานของผู้ให้กู้ ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำงานที่ถัดไป ดังนั้น การคิดดอกเบี้ยทบต้นก่อนวันสิ้นเดือนจึงขัดกับข้อสัญญาตามคำเบิกความของนายนรินทร์ ประกอบบัตรบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย จ. 15 ได้ความว่า เมื่อจำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ฉบับแรกในวันที่ 8 มกราคม 2533 แล้ว

ได้มีการเดินสะพัดทางบัญชีกับโจทก์เรื่อยมา ในระหว่างสัญญามีการคิดดอกเบี้ยก่อนวันสิ้นเดือนหลายครั้ง เช่นในปี 2533 เดือนมกราคม ซึ่งมี 31 วัน โจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 29 แล้วนำเข้าทบกับต้นเงินเพื่อคิดดอกเบี้ยในวันต่อไป เดือนกุมภาพันธ์โจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 26 เดือนเมษายน โจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 26 เดือนพฤษภาคมโจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 28 ปี 2534 เดือนตุลาคมโจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 28 ปี 2535 เดือนเมษายนโจทก์คิดดอกเบี้ยวันที่ 27 เป็นต้น ดังนั้นการคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงขัดกับข้อสัญญาเป็นการไม่ชอบ ทำให้มูลหนี้ความรับผิดของจำเลยตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง จึงต้องคิดคำนวณหนี้ของจำเลยในส่วนนี้ใหม่ โดยให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยทุกวันสิ้นเดือน แล้วนำดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงินคงค้าง เพื่อถือเป็นต้นเงินของเดือนต่อไป ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น?"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับลงวันที่ 8 มกราคม 2533 วันที่ 3 กันยายน 2533 วันที่ 25 ตุลาคม 2534 ทั้งสามฉบับให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ โดยคิดจำนวนหนี้สินคงค้างใหม่ ให้โจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยทุกวันสิ้นเดือน แล้วนำดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงินคงค้าง เพื่อถือเป็นต้นเงินของเดือนต่อไปเช่นนี้ทุกเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2533 หากวันสิ้นเดือนตรงกับวันหยุดงานของโจทก์ ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันเปิดทำงานที่ถัดไป ส่วนอัตราดอกเบี้ยและการเคลื่อนไหวในบัญชีเดินสะพัดในการฝากและเบิกถอนให้เป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฏในบัตรบัญชีเอกสารหมาย จ. 15 และให้คิดดอกเบี้ยทบต้นไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2537 เมื่อได้จำนวนเงินเท่าใดแล้วหลังจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี แบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีทั้งสามฉบับแก่โจทก์เสร็จสิ้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
วิรัช ลิ้มวิชัย · วิเทพ ศิริพากย์ · ชนะ ภาสกานนท์
Lower court
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวิวุฒิ มณีนิล
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเรวัตร อิศราภรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up