Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 861/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นเจ้าของแพขนานยนต์รับจ้างบรรทุกรถยนต์ข้ามฟากการที่ลูกจ้างของจำเลยจัดให้รถยนต์บรรทุกสิบล้อที่บรรทุกสินค้าน้ำหนักมากลงในแพขนานยนต์เพื่อบรรทุกข้ามฟากโดยมิได้ระมัดระวังว่าแพขนานยนต์จะรับน้ำหนักได้เพียงใดและจัดให้รถยนต์บรรทุกสิบล้อที่มีน้ำหนักมาก จำนวน 3 คัน จอดไว้ทางด้านท้ายแพขนานยนต์ ทำให้ส่วนท้ายต้องรับน้ำหนักมากและจมลง เป็นเหตุให้รถยนต์ที่บรรทุกอยู่บนแพขนานยนต์ไหลไปทางท้าย และกระแทกกันจนบางคันตกลงในทะเลเห็นได้ว่าลูกจ้างของจำเลยมิได้ระมัดระวังในการรับจ้างบรรทุกรถยนต์จึงได้เกิดเหตุขึ้น นับได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยจำเลยจึงต้องร่วมรับผิดในละเมิดที่ลูกจ้างของจำเลยก่อขึ้นในทางการที่จ้าง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุฟาสเตอร์แซดหมายเลขทะเบียน บ-0023 สงขลา จำเลยเป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ให้บริการสาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการขนส่งและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเรือแพขนานยนต์ เลขประจำเรือแพที่ 6 ใช้สำหรับรับจ้างขนรถยนต์หรือคนโดยสารข้ามฟาก ฝั่งหัวเขาแดง-สงขลา มีนายบุญชอง แสงโพรง นายผล ปานเพชรเป็นผู้ควบคุมการเดินเรือและคนอื่น ๆ อีก 7 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลย เป็นผู้ควบคุมการเดินเรือและจัดการตรวจปริมาณ จำนวน ขนาด และน้ำหนักรถที่จะบรรทุกข้ามฟากเพื่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนโจทก์ได้นำรถยนต์กระบะของโจทก์ซึ่งบรรทุกเครื่องใช้ในการก่อสร้างเพื่อข้ามฟากจากฝั่งหัวแดงไปยังฝั่งอำเภอเมืองสงขลาโดยว่าจ้างเรือแพขนานยนต์ของจำเลยดังกล่าว

บรรทุกข้ามฟาก มีลูกจ้างทั้งหมดของจำเลยเป็นผู้ควบคุมจัดการให้ลงเรือแพตามทางการที่จ้างของจำเลย แต่ด้วยความประมาทของลูกจ้างจำเลยที่ปล่อยให้รถยนต์บรรทุกซึ่งมีน้ำหนักมากจำนวนหลายคันลงบรรทุกในเรือแพดังกล่าวจนน้ำหนักเกินพิกัดที่เรือแพของจำเลยจะบรรทุกได้ ครั้นจะถึงฝั่งอำเภอเมืองสงขลาลูกจ้างของจำเลยกลับเร่งความเร็วของเรือแพ เป็นเหตุให้ส่วนท้ายของเรือแพจมลงไปในน้ำ รถยนต์บรรทุกเสียหลักเคลื่อนมาทับถมกัน บางคันตกลงไปในน้ำได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์พร้อมทั้งสินค้าในรถจมลงไปในน้ำทั้งคันและกระแทกกับรถคันอื่นได้รับความเสียหาย สินค้าของโจทก์สูญหายหมด จำเลยในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน 195,650 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า เหตุที่เกิดไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลย แต่เพราะความประมาทของโจทก์กับรถยนต์บรรทุกสิบล้ออีก 3 คัน และรถยนต์บรรทุกเล็กอีกหลายคันที่บรรทุกสินค้าเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและตามข้อกำหนดของจำเลยที่ห้ามลงเรือแพ เป็นเหตุให้เรือแพขนานยนต์รับน้ำหนักเกินกว่าความสามารถที่จะทำได้ตามปกติ เพราะโจทก์และผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวปกปิดน้ำหนักบรรทุกที่แท้จริงแก่เจ้าหน้าที่ของจำเลย ทำให้แพยุบตัวและน้ำเข้าแพจำนวนมาก เครื่องสูบน้ำในท้องเรือไม่สามารถสูบน้ำออกได้ทัน ทั้งโจทก์และรถยนต์บรรทุกอื่น ๆไม่ห้ามล้อขณะจอดตามที่จำเลยประกาศทำให้เกิดการไหลกระทบกัน รถที่บริเวณหัวแพไหลไปทางท้ายเรือ ทำให้ส่วนท้ายเรือแพจมทะเล ความเสียหายจึงไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลย รถยนต์ของโจทก์เสียหายมีเพียงเล็กน้อยขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 75,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยเป็นเจ้าของแพขนานยนต์รับจ้างบรรทุกรถยนต์ข้ามฟาก เมื่อลูกจ้างจำเลยจัดให้รถยนต์บรรทุกสิบล้อที่บรรทุกสินค้าน้ำหนักมากลงไปในแพขนานยนต์เพื่อบรรทุกข้ามฟากโดยมิได้ระมัดระวังว่าแพขนานยนต์จะรับน้ำหนักได้เพียงใด และรถยนต์บรรทุกสิบล้อที่มีน้ำหนักมาก จำนวน 3 คัน ลูกจ้างจำเลยได้จัดให้จอดไว้ทางด้านท้ายแพขนานยนต์ ทำให้ส่วนท้ายต้องรับน้ำหนักมากเมื่อส่วนท้ายแพขนานยนต์จมลง ทำให้รถยนต์ที่บรรทุกอยู่บนแพขนานยนต์ไหลไปทางท้ายและกระแทกกันจนบางคันตกลงในทะเล เห็นได้ว่าลูกจ้างจำเลยมิได้ระมัดระวังในการรับจ้างบรรทุกรถยนต์แต่อย่างใดเลย จึงได้เกิดเหตุขึ้น นับได้ว่าความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลย ที่จำเลยฎีกาอ้างว่าเป็นความผิดของรถยนต์บรรทุกสิบล้อที่มิได้ห้ามล้อในขณะจอดรถนั้น

แม้จะเป็นความจริงอย่างจำเลยอ้าง ถ้าหากลูกจ้างจำเลยได้จัดการระมัดระวังไม่ให้แพขนานยนต์บรรทุกน้ำหนักเกินอัตราหรือเฉลี่ยให้รถยนต์บรรทุกอยู่ส่วนอื่นของแพขนานยนต์บ้างแพขนานยนต์คงจะไม่ล่ม เมื่อลูกจ้างจำเลยที่มีหน้าที่จัดให้รถยนต์ลงในแพขนานยนต์แล้ว ทั้งที่รู้ว่าน้ำหนักรถยนต์บรรทุกสิบล้อมากเกินไป นายผลคนขับแพขนานยนต์ก็ได้ขับออกจากท่าฝั่งหัวเขาแดงจนเป็นเหตุให้แพขนานยนต์เกิดล่มลงนับได้ว่า เป็นความประมาทของคนขับแพขนานยนต์ด้วย ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า เมื่อรถยนต์บรรทุกสิบล้อลงไปในแพขนานยนต์ทำให้แพขนานยนต์ยุบลงและแพขนานยนต์ยังคาสะพานอยู่ จะทำให้สะพานยุบลงด้วย แพขนานยนต์จะยุบตามและล่ม ซึ่งอาจเกิดความเสียหายมากถานายผลไม่ขับออกจากฝั่งนั้น

ก็เป็นเพียงความคิดของจำเลยเพราะถ้าแพขนานยนต์ล่มที่ท่าอาจเสียหายน้อยกว่าก็ได้ เพราะแพขนานยนต์ล่มที่ท่าซึ่งติดกับฝั่ง สามารถที่จะจัดการบรรเทาความเสียหายได้สะดวกกว่าที่แพขนานยนต์ล่มระหว่างที่อยู่ในทะเลระหว่างท่าทั้งสอง ข้ออ้างดังกล่าวไม่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิด ฎีกาจำเลยที่ว่ารถยนต์กระบะของโจทก์ยังใหม่ไม่จำเป็นต้องเคาะพ่นสีทั้งคันอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน และค่าเสื่อมสภาพสูงมากเกินไปนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมาหลายรายการ ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าเกินความจำเป็นจึงพิจารณากำหนดค่าเสียหายให้บางรายการโดยลดค่าเสียหายลง แล้วกำหนดค่าเคาะพ่นสีซ่อมฝากระโปรงหน้า บังโคลนซ้ายขวา เปลี่ยนยางกันชน

ตะแกรงและหน้ากากด้านหน้าเป็นเงิน 20,000 บาท ค่าซ่อมเครื่องยนต์ 15,000 บาท และค่าเสื่อมราคา 40,000 บาท โดยกำหนดตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นและความร้ายแรงแห่งละเมิดที่รถยนต์กระบะของโจทก์ถูกรถยนต์คันอื่นกระแทกตกลงไปในทะเลนับว่าเป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

Supreme Court Judgment No. 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

Supreme Court Judgment No. 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

Supreme Court Judgment No. 2417/2562

แม้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของเรือ แต่บุคคลที่จะรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลจะต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในข…

Supreme Court Judgment No. 2416/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 บัญญัติถึงผลการถอนฟ้องว่า โจทก์อาจนำฟ้องมายื่นใหม่ได้ แสดงว่าการถอนฟ้องไม่ได้ทำให้หนี้ระงับ จึงไม่ใช่การปลดหนี้ อันเป็นเรื่องความระงับแห่งหนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างคนต่างทำละเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up