คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ ๖ ธ.ค.๙๙ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๔ ได้บังอาจสมคบกันใช้มีดขวานและไม้แทงฟันทำร้ายนายไข่ นางเหนียวและนายช้อย ขุนบุญทอง ถูกตามร่างกายหลายแห่งโดยจำเลยมีเจตนาจะฆ่า และบุคคลทั้ง ๓ ได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยทำร้ายในวันนั้น จำเลยที่ ๑-๒ ต่อสู้ป้องกันตัว จำเลยที่ ๓-๔ ปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑-๒ กับผู้ตายสมัครใจวิวาทต่อสู้กัน พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑-๒ ผิดประมวล ก.ม.อาญา มาตรา ๒๙๐ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ลด ๑ ใน ๓ จำคุกคนละ ๑๐ ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓-๔
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑-๒-๓ ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๕ ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ ๑ จำคุกจำเลยที่ ๒ ตลอดชีวิต จำคุกจำเลยที่ ๓,๑๕ ปี ลดให้จำเลยที่ ๑-๒ คนละ ๑ ใน ๓ จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๒๐ ปี จำเลยที่ ๒ ไว้ ๑๖ ปี นอกนั้นยืน จำเลยที่ ๑-๒-๓ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ถือขวานเข้ามาในบ้านผู้ตาย พบนายช้อยก็พูดอาฆาตว่าจะฟันหัวนางเหนียว โดยเชื่อว่านางเหนียววางยาเบื่อให้ไก่ตาย มีคนพาจำเลยที่ ๑ ออกไป สักครู่จำเลยที่ ๑-๒ ถือมีดคนละเล่มเข้ามาในบ้านผู้ตายอีกจำเลยที่ ๑ แทงนางเหนียวถูกกลางหลังขวาทะลุออกหัวนมขวา นายไข่ใช้หอกแทงจำเลยที่ ๑ เป็นการป้องกันชีวิตนางเหนียว และจำเลยที่ ๒ เข้าทำร้ายนายไข่ นายช้อยฟันจำเลยที่ ๑-๒ เป็นการป้องกันชีวิตนายไข่ แล้วนายไข่ นายช้อยถูกจำเลยที่ ๑-๒ แทงฟันมีบาดแผลฉกรรจ์ถึงตาย ฟังว่าจำเลยที่ ๑-๒ สมคบกันฆ่าผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ ๓ ฟังว่า ได้ยืนถือขวานอยู่ที่ประตูรั้วบ้านผู้ตายก่อน แต่จะมาพร้อมกับจำเลยที่ ๑-๒ หรือไม่ ๆ ปรากฎเมื่อจำเลยที่ ๓ มาถึงที่เกิดเหตุใช้ขวานฟันนายไข่ที่แขน ๑ ทีแล้วไม่ได้ทำอะไรอีก จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ สมคบกับจำเลยที่ ๑-๒ คงผิดฐานทำร้ายร่างกายนายไข่ถึงบาดเจ็บ
Result
พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๓ ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๔ จำคุก ๑ ปี นอกนั้นยืน