คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมาขอกู้เงินโจทก์ไป 700 บาท โดยใช้อุบายหลอกลวงเอาเข็มขัดนากปลอมมาให้โจทก์ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้ โดยกล่าวเท็จว่า เข็มขัดนั้นเป็นเข็มขัดนากปนทอง โจทก์หลงเชื่อจึงให้จำเลยกู้เงินไปและรับเข็มขัดนั้นไว้ ต่อมาจึงทราบว่าเข็มขัดนั้นเป็นของปลอม จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304, 306 และให้ใช้เงิน 700 บาทจำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า เข็มขัดนากของกลางปลอมจริงแต่เชื่อว่าของกลางอาจเป็นของชายคนหนึ่งดังจำเลยนำสืบ จำเลยไม่ทราบว่า ปลอม จะเอาผิดทางอาญาแก่จำเลยไม่ได้ แต่โจทก์ต้องเสียหายเพราะจำเลยพาเข็มขัดปลอมไปวางประกันเงินกู้ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 700 บาท ฯลฯจำเลยอุทธรณ์ในข้อที่ศาลชั้นต้นให้รับผิดใช้เงินศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันไม่น่าเชื่อ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสิ้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า คดีเช่นนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริง ตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาตามมาตรา 46 แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคนละอย่างกับศาลชั้นต้น คือฟังว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน จนศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อพยานโจทก์ และโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกันมากับชายคนที่มาหลอกลวงซึ่งเท่ากับฟังว่าจำเลยมิได้เอาเงินของโจทก์ไป และมอบเข็มขัดปลอมให้โจทก์ ฉะนั้นจะให้จำเลยรับผิดคืนหรือใช้เงินให้โจทก์ไม่ได้จึง
Result
พิพากษายืน