Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8522/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ป.พ.พ. มาตรา 496 วรรคสอง บัญญัติว่า "การขยายกำหนดเวลาไถ่ตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับไถ่..." บทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้ง เพื่อป้องกันข้อพิพาทโต้เถียงของคู่สัญญาว่า มีการตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่แก่กันหรือไม่ จึงได้บัญญัติว่า หากมีการขยายกำหนดเวลาไถ่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับไถ่ โจทก์มีแต่พยานบุคคลมาสืบประกอบสำเนาบันทึกแจ้งเหตุขัดข้องต่อผู้ใหญ่บ้านและสำเนารายงานประจำวันว่า จำเลยขยายกำหนดเวลาไถ่ให้ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดง ไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยได้ตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ให้ เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากและจำเลยย่อมมีสิทธิขับไล่โจทก์พร้อมบริวารออกจากที่ดินตามฟ้องแย้งได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับชำระหนี้และจดทะเบียนไถ่ทรัพย์พิพาทคืนให้แก่โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ให้โจทก์และบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป โจทก์ไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ) ให้โจทก์และบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7313 ตำบลหนองทันน้ำ อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้ง) แทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจากโจทก์และให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาและให้ยกฟ้องแย้ง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองชั้นศาลแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ 3,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยโจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า โจทก์ทำหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 7313 ตำบลหนองทันน้ำ อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี ไว้ต่อจำเลย มีกำหนดระยะเวลา 8 เดือน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 27 มีนาคม 2549 เมื่อครบกำหนดเวลาไถ่แล้วไม่มีการไถ่ โจทก์ได้แจ้งเหตุขัดข้องต่อผู้ใหญ่บ้านว่าจำเลยขอเลื่อนวันนัดเป็นวันที่ 30 มีนาคม 2549 เมื่อถึงวันนัดโจทก์อ้างว่าจำเลยขอเลื่อนอีกเป็นวันที่ 3 เมษายน 2549 แต่เมื่อถึงวันนัด โจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ยอมให้ไถ่โดยจำเลยอ้างว่าพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้ว โจทก์แจ้งความไว้เป็นพยานหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกุดข้าวปุ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่การขายฝากให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 496 วรรคสอง บัญญัติว่า "การขยายกำหนดเวลาไถ่ตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับไถ่....." จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์โดยชัดแจ้งเพื่อป้องกันข้อพิพาทโต้เถียงของคู่สัญญาว่า มีการตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่แก่กันหรือไม่ จึงได้บัญญัติว่าหากมีการขยายกำหนดเวลาไถ่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับไถ่ โจทก์คงมีแต่พยานบุคคลมาสืบประกอบสำเนาบันทึกแจ้งเหตุขัดข้องต่อผู้ใหญ่บ้านและสำเนารายงานประจำวันว่าจำเลยขยายกำหนดเวลาไถ่ให้ แต่โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดง จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยได้ตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ให้

เมื่อพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากอีกต่อไปและจำเลยย่อมมีสิทธิขับไล่โจทก์พร้อมบริวารออกจากที่ดินตามฟ้องแย้งได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
Lower court
ศาลแขวงอุบลราชธานี - นางสาวอัมพวัน ตันยาภิรมย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสมเกียรติ คมสัตย์ธรรม
Supreme Court black case no.
พ.2907/2552
Trial court black case no.
พ2994/2549
Trial court red case no.
พ521/2550
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up