เนื้อความคำพิพากษา
สาลอุธรน์ฟังว่าจำเลยไปแจ้งต่ออำเภอว่านายสมบุญตัดไม้สะแกไนที่ของจำเลย นายอำเพอจึงเรียกมาเปรียบเทียบต่อหน้าปลัดตำบนและปลัดอำเพอ จำเลยแจ้งข้อหาแล้ว นายสมบุญแถลงความจิง ระหว่างนี้จำเลยขัดขึ้นว่าไม่จิงที่ว่าไม่รู้ว่าที่นี้จำเลยรับโอนมาแล้ว นายสมบุญพูดว่าคอยฟังผมก่อน จำเลยก็ลุกขึ้นพูดว่ากำนันเกเร กำนันเกะกะ กำนันเปนโจรผู้ร้ายไม่ควรเอาไว้ไนราชการ สาลอุธรน์พิพากสายืนตามสาลชั้นต้นลงโทสจำเลยตามมาตรา ๒๘๒ จำเลยดีกาว่า ไม่ควนมีผิดตามมาตรา ๒๘๓,๒๘๕ สาลดีกาวินิฉัยว่า ตามมาตรา ๒๘๓(๔) เนเรื่องโคสนาหรือกล่าวถึงการดำเนินหยู่ไนโรงสาลคือเอาเรื่องที่ดำเนินหยู่ไนโรงสาลไปกล่าวอีกทีหนึ่งไม่ตรงกับคดีนี้ ส่วนมาตรา ๒๘๕ เปนเรื่องกล่าวไนเวลาพิจารนาคดีไนโรงสาล
สาลหมายถึงสาลยุคติธัมหรือผู้พิพากสาตามประมวนกดหมายวิธีพิจารนาความแพ่งมาตรา ๑(๑) อำเพอไม่ไช่สาลและนายอำเพอไม่ไช่ผู้พิพากสา การที่นายอำเพอเปรียบเทียบไม่ไช่การพิจารนาไนโรงสาล จึงพิพากสายืน(จำรูญ โปษยานนท์-คง อิสรภักดี-ย.เลขวนิชธัมวิทักส์.)นายมนี ชุติวงส์ - นายเชื้อราชปรีชา -