คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าที่พิพาทเดิมเป็นของ ส.ได้รับโฉนดแผนที่ + วันที่ ๑/๕/๒๔๕๐, ส.ตาย ผ.รับมฤดกเมื่อวันที่ ๑๙/๑/๒๔๖๑ แลโอนขายให้ อ.ล.ในวันนั้น,อ.ล.ตาย ป.รับมฤดกเมื่อวันที่ ๒๐/๑/๒๔๖๓ แลโอนขายให้โจทก์เมื่อวันที่ ๔/๓/๒๔๖๓ แลปรากฎว่าตั้งแต่โจทก์ซื้อมาจนถึงวันฟ้อง ๘ ปี เศษ และเป็นที่ร้างมา ๓๐ ปีเศษแล้ว จำเลยพึ่งเข้าทำในที่นี้เมื่อ ปี ๒๔๗๐ นี้เอง จึงมีปัญหาว่าโจทก์จะมีกรรมสิทธิในที่พิพาทหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ที่นี้เจ้าของเดิมได้ละทิ้งเกิน ๙ - ๑๐ ปีแล้ว แลถ้ามีใครบุกรุกเข้าไป เจ้าของเดิมจะฟ้องขับไล่ไม่ได้ก็จริง แต่ในขณะนั้นก็หามีใครรุกเข้าไปไม่ จึงต้องถือว่าเจ้าของเดิมยังคงเป็นเจ้าของอยู่ แลมีสิทธิขายที่นี้ได้ โจทก์ได้รับซื้อไว้โดยชอบ ย่อมได้กรรมสิทธิตั้งแต่วันซื้อ แลปรากฎว่าจำเลยพึ่งรุกเข้ามาในที่นี้ภายหลังเจ้าของเดิมโอนขายให้โจทก์ ซึ่งนับแต่วันโจทก์รับโอนมาจนถึงวันฟ้องคดีนี้เป็นเวลาเพียง ๘ ปีเศษเท่านั้น จะว่าโจทก์ละทิ้งขาดกรรมสิทธิไม่ได้ หรือจะว่าจำเลยปกครองโดยอำนาจปรปักษ์ก็ไม่ได้ เพราะจำเลยพึ่งเข้าทำในที่พิพาทเพียงปีเศษ เพราะฉะนั้นโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้(หริศ-ศรี-นล)หลวง+ - ศาลอุทธรณ์ -