Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 8481/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีอาญาเรื่องใดจะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาอัตราโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดเป็นสำคัญ เมื่อความผิดในกระทงนั้นมีความผิดหลายบทรวมอยู่ด้วย ถ้าบทหนักไม่ต้องห้าม ก็ถือว่าทุกบทไม่ต้องห้าม แม้จำเลยจะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้อง แต่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริงและได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบิดาตลอดมา โดยจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นการครอบครองที่ดินโดยชอบ กรณีเช่นนี้หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดิน ก็ชอบที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของตน ไม่มีสิทธิหรืออำนาจเข้าไปรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยพลการการที่จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินแล้วทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย จึงอาจมีมูลเป็นความผิดตามฟ้องได้ เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 ที่จะรับไว้ไต่สวนมูลฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 362, 365 (2) และ 358

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้ว ตามคำฟ้องเป็นเรื่องโต้แย้งกรรมสิทธิ์กันในทางแพ่งและที่ดินมีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์ จึงไม่รับฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยหรือไม่ เห็นว่า คดีอาญาเรื่องใดจะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณาอัตราโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดเป็นสำคัญ เมื่อความผิดในกระทงนั้นมีความผิดหลายบทรวมอยู่ด้วย ถ้าบทหนักไม่ต้องห้ามก็ถือว่าทุกบทไม่ต้องห้าม ฟ้องของโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เห็นได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2)

ประกอบด้วยมาตรา 362 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ดังนั้น ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ซึ่งเป็นบทเบา แม้จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ย่อมไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าว ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อคดีได้มาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาว่า คดีจำต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนมีคำสั่งหรือคำพิพากษาหรือไม่ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2)

ประกอบด้วยมาตรา 225 พิจารณาแล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินตามฟ้องทั้งสองแปลงบิดาโจทก์เป็นผู้ซื้อโดยใส่ชื่อจำเลยซึ่งเป็นน้องชายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนตั้งแต่ปี 2512 และ 2521 แล้วบิดาโจทก์ครอบครองทำกินในที่ดินตลอดมาจนถึงปี 2533 ได้ยกที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่องจากบิดาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี 2549 บิดาโจทก์และโจทก์ประสงค์ให้จำเลยเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินตามฟ้องเป็นชื่อโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยและยังฟ้องขับไล่บิดาโจทก์ออกจากที่ดินแปลงอื่นที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของแทนบิดาโจทก์อีกด้วย ต่อมาในวันเกิดเหตุจำเลยกับพวกรวม 4 คน บุกรุกเข้ามาในที่ดินดังกล่าวแล้วจำเลยใช้ให้พวก 3 คน ใช้จอบขุดยกผิวดินให้สูงขึ้น

ขุดหลุมนำต้นไม้เข้ามาปลูกในที่ดินตามฟ้อง อันเป็นการรบกวนโต้แย้งสิทธิการครอบครองของโจทก์ และทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหน้าดินและที่ดินอันเป็นการทำให้เสียทรัพย์ เห็นว่า แม้จำเลยจะมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องทั้งสองแปลง แต่เมื่อโจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริงและได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบิดาตลอดมา โดยจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นการครอบครองที่ดินโดยชอบ กรณีเช่นนี้หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดิน ก็ชอบที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิของตน ไม่มีสิทธิหรืออำนาจเข้าไปรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยพลการ ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยมิได้ดำเนินการตามกฎหมายโต้แย้งสิทธิใดๆ ในที่ดินตามฟ้อง แต่กลับไปฟ้องขับไล่บิดาโจทก์ออกจากที่ดินแปลงอื่น แล้วในวันเกิดเหตุจำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินตามฟ้องและทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย

อันเป็นการบรรยายฟ้องโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์อ้างจึงอาจมีมูลเป็นความผิดตามฟ้องได้ ซึ่งพิจารณาจากฟ้องเพียงลำพังยังไม่อาจทราบได้ว่ามีมูลความจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ คดีจำต้องฟังพยานหลักฐานจากการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
นวลน้อย ผลทวี · พันวะสา บัวทอง · พิศล พิรุณ
Lower court
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายชาตรี เหลืองเรือง
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจรัญ เนาวพนานนท์
Supreme Court black case no.
อ.3350/2554
Trial court black case no.
อ4297/2551
Trial court red case no.
อ4229/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12082/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร แล้วร่วมกันตัดต้นแสมของผู้เสียหาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 83, 3…

Supreme Court Judgment No. 1185/2561

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิด…

Supreme Court Judgment No. 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

Supreme Court Judgment No. 11810/2553

จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครง…

Supreme Court Judgment No. 486/2546

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 12 และมาตรา 13 กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานหรือประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up