Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2508 (ref. 84189)

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินของจำเลย ปัญหาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยนั้นเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญา เมื่อคดีส่วนอาญาศาลฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจท์ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งศาลต้องฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เช่นเดียวกัน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน โจทก์จำเลยบางคนเป็นคู่ความรายเดียวกัน และที่พิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้สั่งให้รวมพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนไปด้วยกัน

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกที่นาของโจทก์ ลักขุดดินในนา ใช้มีดตัดฟันต้นข้าวของโจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔,๓๕๘,๓๕๙,๓๖๒,๓๖๓,๓๖๕,๘๓,๙๐,๙๑ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งรับประทับฟ้อง จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาในที่นาของจำเลย

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้ขุดดิน ตัดต้นข้าวของโจทก์เสียหาย ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนัก สำนวนแรกจำคุกคนละ ๓ เดือน ปรับคนละ ๓๐๐ บาท โทษจำให้รอไว้ ๒ ปี สำนวนหลัง ปรับคนละ ๓๐๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองสำนวน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสำนวนแรกศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกคนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๓๐๐ บาท โทษจำให้ยก สำนวนหลังปรับคนละ ๑๐๐ บาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาส่วนแพ่งที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่นั้น ปรากฏว่าสำนวนหลังมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่วินิจฉัยให้ คงวินิจฉัยแต่สำนวนแรกเท่านั้น ฎีกาส่วนอาญาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ คดีส่วนอาญาจึงยุติ ข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของนายเข้มจำเลยนั้น ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในปัญหาที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยนั้น ศาลล่างทั้งสองศาลได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยได้บุกรุกเข้าแย่งการครอบครอง ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งในชั้นฎีกานี้ ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันกับที่ศาลล่างได้ฟังไว้ในคดีส่วนอาญา และเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันในส่วนอาญาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ คดีในส่วนแพ่งก็ต้องฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ตามความในมาตรา ๔๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ให้จำเลยสำนวนแรกเสียค่าทนายชั้นฎีกา ๑๐๐ บาท สำนวนหลังค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · บุศย์ ขันธวิทย์
Lower court
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัฐ สถาปนสุต
ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up