Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 816/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การขอคืนทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดศุลกากรนั้น ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 24 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ต้องแปลว่า เมื่อเจ้าของไม่มาติดตามและร้องขอคืนภายในกำหนดก็หมดสิทธิเพราะกฎหมายให้ถือว่าพ้นกำหนดแล้วเท่ากับเป็นของไม่มีเจ้าของ ให้ตกเป็นของแผ่นดินไป เรือยนต์ที่ให้เช่าไปแล้วผู้เช่าเอาไปใช้หลบหนีภาษีจนศาลสั่งริบ แม้เจ้าของผู้ให้เช่าจะไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ก็ต้องมายื่นคำร้องขอคืนภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ยึด ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2504

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 24 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 120 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 Section 3 ป.อ. Section 36

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เดิมอัยการโจทก์ฟ้องจำเลยฐานนำปลาสดซึ่งยังมิได้เสียภาษีศุลกากรจากกัมพูชาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ ๖ เดือน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร และให้ริบปลากับเรือยนต์ของกลาง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนเรือยนต์ของกลาง อัยการโจทก์คัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเชื่อว่าเรือยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องจำเลยเช่าไป ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด แต่ปรากฎว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอคืนเรือพ้นระยะ ๖๐ วัน นับแต่ถูกยึดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พงศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ จึงหมดสิทธิได้คืน ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของผู้ร้องนั้น พระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา ๒๔ ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติสุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ มีความว่า "สิ่งใดๆ อันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัติ พนักงานศุลกากร พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีอำนาจยึดในเวลาใดๆ และ ณ ที่ใดๆ ก็ได้ สิ่งที่ยึดไว้นั้น ถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นคำร้องเรียกร้องเอาภายในกำหนด ๖๐ วัน สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด ๓๐ วัน สำหรับสิ่งอื่นนับแต่วันที่ยึด ให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของ และให้ตกเป็นของแผ่นดิน" ตามบทบัญญัตินี้มีข้อความชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่า ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในสิ่งของที่ยึดจะต้องร้องขอคืนภายในกำหนดเวลาข้างต้น

มิฉะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของและตกเป็นของแผ่นดิน จึงไม่มีทางแปลไปได้ดังควมเห็นของผู้ร้องว่า บทบัญญัติในมาตรานี้หมายเฉพาะกรณีไม่มีตัวผู้ต้องหา แท้จริงจะต้องแปลว่าเมื่อเจ้าของไม่มาติดตามและร้องขอคืนภายในกำหนดแล้วก็หมดสิทธิเพราะกฎหมายให้ถือว่าพ้นกำหนดแล้ว เท่ากับเป็นของไม่มีเจ้าของ ให้ตกเป็นของแผ่นดินไป นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๑๒๐ ก็บัญญัติว่า เมื่อใดพระราชบัญญัติศุลกากรแตกต่างกับบทกฎหมายอื่น ให้ยกเอาบทพระราชบัญญัติศุลกากรขึ้นบังคับ เพราะฉะนั้น ผู้ร้องจะให้นำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ มาใช้แทนพระราชบัญญัติศุลกากรหาได้ไม่

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สารกิจปรีชา · สุทธิวาทนฤพุฒิ · เชื้อ คงคากุล
Lower court
ศาลจังหวัดตราด - นายช่วง ไชยกุมาร
ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 119/2506

รถยนต์ของกลางของจำเลยในคดีความผิดฐานรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และใช้รถยนต์วิ่งบนทางหลวงที่ยังมิได้เปิดเป็นถนนสาธารณโดยไม่รับอนุญาตซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยึดไว้และได้มอบให้บุคคลอื่นร…

Supreme Court Judgment No. 965/2504

ในคดีกระทำผิดพระราชบัญญัติศุลกากรเมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดให้คืนสินค้าของกลางแก่ผู้ร้องแล้ว ถ้ากรมศุลกากรไม่มีเหตุโต้แย้งก็จะต้องคืนให้ตามคำพิพากษา แต่กรมศุลกากรโต้แย้งอยู่ว่า ผู้ร้องมิใช่นายเบ๊หรือจือ…

Supreme Court Judgment No. 908/2504

ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 24 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นั้น ประสงค์แต่เพียงแก้ไขเพื่อกำหนดว่าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยทั่วไปก็มีอำนาจทำการย…

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up