คำฟ้องและคำให้การ
กรณีนี้ เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์ที่ขอให้แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ โจทก์มิได้กล่าวว่า ที่พิพาทอยู่ที่ไหน เป็นแต่กล่าวถึงทิศเหนือข้างเคียง ซึ่งจำเลยให้การตัดฟ้องว่า ฟ้องเคลือบคลุม ต่อมาก่อนถึงวันนัดชี้สองสถาน หนึ่งวัน
โจทก์ยื่นคำร้องเพิ่มเติมฟ้องว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้องอยู่ตำบลบางลูกเรือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ฝ่ายจำเลยคัดค้านว่า ไม่ควรอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้อง ฯลฯ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้องและเมื่อพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องว่าที่พิพาทอยู่ตำบลบางลูกเรือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายกนั้น ไม่บังเกิดผลเสียหายแก่จำเลยในทางคดีอย่างใด เลย เพราะในคำฟ้องของโจทก์ก็ได้กล่าวไว้ แล้วว่า ที่พิพาทโจทก์ได้มาจาก นางเฟื่องตามสัญญายอมความในคดีแดงที่ ๔๗/๒๔๘๐ ของศาลเดียวกัน ซึ่งในคดีนั้นก็ปรากฎชัดว่า ที่แปลงนี้อยู่ตำบลบางลูกเรือ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และจำเลยซึ่งเป็นบุตรนางมาจำเลยในคดีแดงที่ ๔๗/๒๔๘๐ ก็รู้ดีว่า ที่ซึ่งโจทก์ฟ้องอยู่จังหวัดใด ตำบลใด ดังปรากฎในคำให้การ ฉะนั้นโจทก์จะมิได้ขอเพิ่มเติมฟ้อง ๆ ของโจทก์ก็ไม่เคลือบคลุม
Result
จึงพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย