คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากบ้านเช่าของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วง ขาดส่งค่าเช่ากว่า 2 เดือน ไม่รักษาสถานที่ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและใช้สถานที่ผิดสภาพจำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่า บ้านเป็นของบุตรโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ซื้อบ้านหลังนี้ในนามของเด็กชายฟุกเชียงบุตรโจทก์ ต่อมาจำเลยทำสัญญากับโจทก์เพื่ออยู่อาศัยมีกำหนด 6 เดือน พอครบกำหนด 6 เดือนตามสัญญา โจทก์ก็มีหนังสือบอกเลิกการเช่าและได้ความว่าจำเลยอยู่ในสถานที่เช่าหลายครัว ต่างทำครัวของตนทั้งชั้นบนและชั้นล่างตั้ง 8 ครัวทำครัวที่ระเบียงก็มี บ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย ๆ ได้รับประโยชน์ในสัญญาแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ในข้อที่จำเลยไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเองแม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 554 โจทก์จะต้องบอกกล่าวก่อนก็ดี แต่การเช่ารายนี้ได้สิ้นสุดแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่า จำเลยจะอยู่ต่อไปได้ก็โดยอาศัยพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ คุ้มครอง แต่ความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4) หาได้มีบทบัญญัติให้โจทก์ต้องบอกกล่าวไม่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยโดยมิต้องบอกกล่าว
Result
พิพากษากลับให้บังคับคดีดังศาลชั้นต้น