คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีปลายแหลมแทงนายบุญเลิศถูกช่องซี่โครงขวาทลุปอดโดยมิได้เจตนาฆ่า แต่นายบุญเลิศตายเพราะบาดแผลนั้น ขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่านายบุญเลิศฉุดคร่าห์กอดปล้ำจำเลย จำเลยห้ามไม่เชื่อจึงใช้มือถือมีดปัดป้องไปถูกซึ่งเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก จำเลย ๔ ปี ตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๑,๕๙
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกียรติยศชื่อเสียงพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่านายบุญเลิศเป็นชายอายุ ๒๔ ปี จำเลยเป็นหญิงอายุเพียง ๒๘ ปี การที่ถูกชายฉุดและกอดเอาต่อหน้าผู้คนนั้น คนนธรรมดาไม่อาจทนต่อความละอายได้ มิหนำซ้ำจำเลยเป็นหญิงที่มีสามีอยูด้วย อาจก่อให้เกิดความระแวงใจแก่สามีอันจะเป็นผลร้ายแก่ตัวจำเลยหนักยิ่งขึ้นอีก คดีปรากฏชัดว่าจำเลยไม่ได้ยินยอมให้นายบุญเลิศกระทำต่อตนเช่นนั้น ได้พยายามดิ้นรนขัดขวางและร้องห้ามว่าอย่าฉุย อย่าคร่าห์ถึง ๓ คำ นายบุญเลิศก็มิได้หยุดยั้งคงขืนกอดและฉุดเพื่อพาไปต่ออีก จำเลยเป็นหญิงทานกำลังนายบุญเลิศไม่ได้ จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันเหตุร้ายอันเกิดขึ้นแก่ตนในขณะนั้นได้
อนึ่งปรากฏว่าจำเลยใช้มีดปลอกปากกาหมึกซีมแทงเพียงทีเดียวแผลกว้างเพียง ๑ ซม. ยาว ๒ ซม. หากบังเอิญถูกตรงช่องซี่โครงอวัยวะที่สำคัญซึ่งกระทำให้ถึงตาย จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตาม ก.ม.อาญา ม.๕๐
Result
จึงพิพากษายืน.