คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครปฐม ขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้ง แล้วจำเลยได้สาบานตนเบิกความเท็จในคดีเรื่องนั้นว่า "ก่อนวันเลือกตั้ง 2, 3 วันนายอุไรผู้สมัครรับเลือกตั้งคนหนึ่งเอานายถวัลย์ปลัดเทศบาลและนายเล็กคนขับรถดับเพลิงไปช่วยหาเสียงและกินเลี้ยงที่บ้านนายบุญปลอดและบ้านนายนิ่มระหว่างกินเลี้ยงทั้งสองครั้งนี้ นายถวัลย์พูดโจมตีจำเลยว่า นายครอบเป็นเจ้าถ้อยหมอความยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมให้ระงับการติดไฟในระหว่างเลือกตั้ง" ฯลฯขอให้ลงโทษตาม กฎหมายอาญา มาตรา 155จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยให้การตามความจริงและต่อสู้ว่าไม่เป็นผิดทางอาญาศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือนตาม มาตรา 155 แต่ให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด 5 ปี ตาม มาตรา 41, 42 แก้ไขใหม่จำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับแต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย 2 ข้อคือ1. ข้อความที่จำเลยเบิกความนั้นไม่ใช่ข้อความสำคัญแห่งคดีจะลงโทษจำเลยไม่ได้2. ฟ้องโจทก์ยืนยันว่าการกระทำของจำเลยทำให้เกิดความเสียหายแก่นายถวัลย์และทางราชการแต่กลับนำสืบว่าไม่ได้เกิดความเสียหายขึ้นอย่างใดดังนี้ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรค 2ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม มาตรา 155 โดยเฉพาะหาได้ประสงค์ที่จะให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานอื่นด้วยไม่ปัญหาข้อแรกศาลเห็นว่าเมื่อจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดดังนั้นจริง นายถวัลย์เพียงแต่เอามาพูดในเวลากินเลี้ยงตามเรื่องที่ปรากฏและจำเลยมิได้ให้การว่านายถวัลย์ได้พูดส่งเสริมหรือทับถมให้เลือกหรือไม่ให้เลือกผู้ใดเลย จึงไม่เห็นมีอะไรที่ข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นอย่างไร
ถึงนายถวัลย์ได้พูดเช่นนั้นจริงก็ไม่เป็นเหตุและไม่อาจเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้งตามสำนวนที่จำเลยร้องนั้นได้ ดังนี้แม้จำเลยจะเบิกความเท็จในความข้อนี้ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีเรื่องนั้นอีกเช่นเดียวกัน จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ตามกฎหมายอาญา มาตรา 155 ดังโจทก์ขอมา ปัญหาข้อ 2 ที่จำเลยฎีกาจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยตัวจำเลยพ้นข้อหาไป